วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2558

บทที่ 7 รู้จัก…รู้ใจ

รู้จัก…รู้ใจ

ดวงตาเจ้า มองมา ต้องตาพี่       เจ้าคนดี จำพี่ ได้หรือไม่
ใจพี่เต้น ระรัว ระเริงไกล     ยามอยู่ใกล้ ใจพี่ มองเพียงเธอ

                           ดร. ภูผา


โฮ้ใจจ๋า อย่านะ อย่าหยุดเต้น   ชายที่เห็น ใช่คน ที่เฝ้าหา
เทพบุตร เหมือนไกล แต่ใกล้ตา ขอเวลา ตอนนี้ ได้อยู่เคียง

จันทรา
     
แสงแดดเช้าวันนี้จ้าเหลือเกิน สาวน้อยวิ่งเข้าบริษัทด้วยความรีบเร่ง ดีใจที่ตัวเองมาถึงบริษัทก่อนเข้างานเกือบชั่วโมง
“e-mail  แจ้งผู้เข้าอบรมเรียบร้อยแล้ว เอกสารสำหรับผู้อบรม 20 คน ถูกจัดวางตามโต๊ะแล้ว โปรเจกเตอร์และอุปกรณ์สำหรับเชื่อมระหว่างแทปเล็ตกับโปรเจกเตอร์เรียบร้อยแล้วเช่นกัน สาวน้อยสร้าง check list ขึ้นในใจ ทุกอย่างอยู๋ในการควบคุม”   เธอคิดก่อนที่จะวิ่งไปดูสถานที่จัดอบรมอีกครั้งเพื่อความสบายใจ 
  เหงื่ออ่อนๆ ผลุดออกจากใบหน้างาม เมื่อไปถึงห้องจัดอบรม ขนมและเครื่องดื่มถูกจัดวางเรียงอย่างเรียบร้อยไว้หลังห้อง เพื่อเตรียมไว้สำหรับผู้อบรมถูกจัดอย่างสวยงามด้วยป้าแม่บ้านที่แสนจะใจดี แถมมี ดอกไม้สวยๆ วางไว้ที่โต๊ะสำหรับวิทยากรด้วย ทำให้ห้องดูน่าอบรมมากขึ้น 
  “จันทร์!  ดร. ภูผา มาถึงแล้วนะ” พี่หมีอ้วนเดินเข้ามาตรวจตาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนตบบ่าจันทร์เบาๆ
“จัดงานได้ดี ไปรับ ดร. ได้แล้วหล่ะ อาจารย์มาถึงแล้ว” พี่หมีอ้วนบอก พร้อมกับส่งพี่ยีราฟ มาช่วยในการนำผู้อบรมเข้าไปในห้องและ check ชื่อให้เรียบร้อยเมื่อผู้เข้าอบรมมาถึง

พี่สาวหน้าเคาน์เตอร์ยิ้มหวานก่อนบอกจันทร์เบาๆ ว่า ดร. ภูผา นั่งรอและอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ทางด้านโน้น
แสงแดดที่สาดส่องพื้นหลังจากกระจกทำให้เห็นเพียงชายที่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ด้วยท่าทีสบายใจ หญิงสาวรู้สึกแปลกๆ มันรู้สึกเหมือน...

“สวัสดีค่ะ ดร. ภูผา” หญิงสาวหยุดตรงหน้า ทักดร.หนุ่มที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ 

“จันทราค่ะ” หญิงสาวยิ้มให้และยิ้มกว้างขึ้นเมื่อหนังสือพิมพ์ถูกลดระดับลงทำให้เห็นถึงผู้มาเยือนได้ชัดขึ้นพร้อมกับยกมือไหว้เพื่อแสดงความเคารพ

“สวัสดีครับ คุณจันทรา” ดร. หนุ่มยิ้มหวานให้พร้อมกับรับไหว้ เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ใจของจันทร์รู้สึกอบอุ่นและยังละลายเหมือนเดิม

“อาจารย์ คือคุณพี่ที่ช่วยจันทร์ในรถไฟวันนั้น” หญิงสาวหน้าแดงด้วยความอายปนยินดี ความรู้สึกบอกไม่ถูก รู้แต่ว่าหน้ามันร้อนมากๆ มือไม้ก็พลานไม่รู้จะวางไว้ไหน เหมือนใจจะหยุดเต้นยังไงไม่รู้

“แย่จัง เป็นอะไรนี่เรา” จันทร์คิด

“ขอบคุณนะคะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ” หญิงสาวกล่าว

“เป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ นะครับนี่ ที่ได้เจอกันอีกครั้ง” ดร. หนุ่มกล่าวขึ้นพร้อมกับยิ้มหวานให้อีกครั้ง

   ช่างเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สุด เป็นเรื่องบังเอิญที่เขาภาวนาอยากให้เป็น ดร. หนุ่มคิด น้ำเสียงของเด็กสาวหางม้ายังหวานใสเหมือนครั้งแรก แววตาที่เคยเศร้าสร้อยที่เคยเห็นในครั้งที่สองได้หายไปหมดแล้ว ตอนนี้เธอคือ เด็กสาวหน้าแดงๆ ตัวเล็กๆ ที่อยู่ตรงหน้า เธอคือเด็กสาวที่ทำให้ใจเขาเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก และเขารู้สึกว่าอยากทำให้เธอคนนี้มีความสุข

“อาจารย์ทานข้าวมาหรือยังคะ หรือว่าจะให้จันทร์นำอาจารย์ไปยังห้องจัดอบรมเลย เพราะตอนนี้เรายังพอมีเวลาอีก 45 นาที ตามเวลาที่นัดอบรมค่ะ” หญิงสาวรวบรวมสติที่ยังพอมีอยู่กล่าวขึ้น

“ผมทานข้าวมาแล้ว รบกวนคุณจันทร์ ช่วยนำไปด้วยครับ” ดร. หนุ่มลุกขึ้นยืน หยิบกระเป๋าเอกสารใบเล็กๆ ที่วางด้านข้างขึ้นมาถือ พร้อมกับเก็บหนังสือพิมพ์ที่อ่านอย่างเรียบร้อย 

“ทางนี้ค่ะ อาจารย์” หญิงสาวนำ ดร. หนุ่มขึ้นลิฟท์ไปยังชั้น 3 ใช้เวลาเพียงเล็กน้อย เพราะห้องอยู่ไม่ไกลจากลิฟท์เท่าไรนัก

“ดีใจจังที่อาจารย์  คือพี่คนนั้น ” เสียงใสกล่าวขึ้นหลังจากรวบรวมสติได้

“ครับ” 

“ถ้าไม่ได้อาจารย์ จันทร์ก็อาจตกงานในวันแรก เพราะมาสาย ขอบคุณอีกครั้งนะคะ” จันทร์หันกลับมายิ้มหวานพร้อมกล่าวออกมาด้วยความรู้สึกขอบคุณเป็นที่สุด

ภาพที่เห็นทำให้ ดร. หนุ่มอยากจะเอามือมาสัมผัสศีรษะน้อยๆ เบาๆ ของเธอแล้วบอกว่า “ตั้งใจเข้าหล่ะ” แต่เขาทำได้เพียงแค่ตอบว่า 
“ยินดีครับ”

    “ไอ้แว่น เอ็งหรือนี่ ดร. หนุ่มจากเมืองนอก จบทาง “Measurement System Analysis” เจ้าเด็กข้างบ้านที่คอยตามดูแลไอ้ฟ้า ตอนแรกเห็นนามสกุลก็คุ้นๆ  ไม่คิดเลยว่าจะเป็นไอ้น้องคนนี้” พี่หมีอ้วนทักพร้อมกับกอดคอแรงๆ 

“ไอ้น้องชาย โครตคิดถึงเลย เลิกใส่แว่นแล้วหล่อวะ แต่ยังไว้ผมยาวเหมือนเดิม ดีใจ ดีใจ”

เสียงอันดังของพี่หมีพร้อมทั้งท่าทางที่แสดงออก ทำให้ใครต่อใครพากันมองอย่างไม่ต้องสงสัย

“ครับพี่ช้าง กลับมาสักพักแล้ว ว่าจะไปไหว้พ่อแม่พี่เหมือนกัน แต่ยังหาเวลาเหมาะสมไม่ได้”  ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับยกมือสวัสดีพี่ชายที่เคยเล่นกันมาแต่เด็ก

“ที่นี่เขาเรียกพี่ว่าหมีอ้วน ไอ้แว่น เอ็งเรียกพี่แบบนั้นก็ได้ อบรมเสร็จ มาหาพี่นะ” พีหมีอ้วนกำชับบอกพร้อมกับสั่งให้จันทร์ช่วยอำนวนความสะดวก ดร. หนุ่มตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่

“3 วันนี้ผมต้องขอรบกวนด้วยนะครับ คุณจันทร์”  ดร. หนุ่มกล่าวพร้อมกับส่งยิ้มให้

“ยินดีค่ะ ดร. ภูผา” จันทร์กล่าว

“ถ้าไม่รังเกียจ เวลาคุยกันสองคนเรียกผมว่าภู หรือพี่ภู นะครับ พี่จะได้ไม่รู้สึกอึดอัดจนเกินไป ถือว่าพี่ขอ”
ดร.หนุ่มพูดขึ้นหลังจากพี่ช้างหรือพี่หมีอ้วนของทุกคนได้เดินจากไปแล้ว
  
  หญิงสาวอึ้งไปสักพักก่อนที่จะพยักหน้ารับเบาๆ “ตกลงค่ะพี่ภู” หญิงสาวยิ้มให้จนตาหยี ถึงจะรู้สึกเขินมากๆ เวลาเรียก แต่ก็ทนสายตาที่ขอร้องไม่ไหว ก็สายตา ดร. คนนี้มันดูอบอุ่นจริงๆ 

  ช่วงเวลา 3 วันผ่านไปเร็วมาก เวลาที่มีความสุขมันช่างดูสั้นสำหรับดร. หนุ่ม เขามีโอกาสได้พูดคุยและทานข้าวกลางวันด้วยกันทุกวันและขึ้นรถไฟฟ้ากลับด้วยกันทุกเย็นกับสาวน้องหางม้า เขาพยายามทุกวิธีทางที่จะทำให้ได้อยู๋ใกล้เธอมากที่สุด

  สายตามากมายคอยจ้องมองเขาเมื่อทั้งสองทานข้าวด้วยกัน มันมิได้ทำให้เขาอึดอัดใจเลย ต่างกันกับการทานข้าวกับฟ้าโดยสิ้นเชิง ตอนนี้เขาไม่สนใจว่าใครจะคิดอย่างไร เขาสนแค่สาวน้อยตรงหน้าเพียงอย่างเดียว
      เสียงหัวเราะและรอยยิ้มหวานๆ ของเขาเกิดขึ้นทุกครั้งที่หญิงสาวเล่าเรื่องสนุกของพี่ๆ ทั้งสี่ให้ฟัง เสียงใสๆ ที่ช่างซักช่างถามและความช่างจดช่างจำทำให้ใจเขาอดไม่ได้ที่จะเอ็นดูและประทับใจ 
      
      เขารู้ได้ว่านี้คือความรัก แม้จะเพียง 3 วันที่ได้รู้จักจันทร์ ความรู้สึกที่ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ สุขใจเมื่อได้คิดถึงและเฝ้ามอง เขารู้ได้เลยว่านั้นคือคนที่เขารอ แต่เด็กสาวเธอช่างเด็กเหลือเกิน เขาได้แต่แอบหวังลึกๆว่า เธอจะเข้าใจความรู้สึกของเขาได้ในวันหนึ่ง

      “คนที่ไม่เคยแม้จะจีบสาวอย่างเขา จะทำอย่างไรให้สาวน้อยคนนี้ได้รับรู้”
“มักยากกว่าการทำ ดร. เสียอีก” ชายหนุ่มคิด
      
สายตาหวานๆ ที่ดร. หนุ่มส่งให้เจ้าจันทร์ทำให้พี่หมีอ้วนชักไม่สบายใจ แม้จะมีพี่ๆ คนอื่นมาร่วมทานด้วยบ้าง แต่มันก็ไม่ทำให้ความหวานของสายตานี้ลดลงเลย
วันนี้แหละ เขาตั้งใจจะเปิดอกพูดกับ “ไอ้ด๊อก!” โดยตรง พี่หมีอ้วนคิดหลังจากเปลี่ยนสรรพนาม จาก ไอ้แว่น เป็น ไอ้ด๊อก ได้ไม่นาน 
ไอ้ด๊อก (ฟังแล้วเหมือนเรียกคุณสุนัขเลยนะเนี่ย) เย็นนี้ไปกินข้าวบ้านพี่นะ แม่เขาคิดถึง พี่หมีอ้วนตบบ่า พร้อมกับเดินจากไปหลังจากเจอกันตรงทางเดินก่อนเข้าอบรม class สุดท้าย โดยไม่ฟังคำตอบ ดร.หนุ่มเพียงยิ้มน้อยๆ อย่างเข้าใจ พร้อมกับถามจันทร์เบาๆ ว่า “พี่เขาเป็นแบบนี้ตลอดเลยไหม?”

“นี่แหละค่ะ พี่หมีอ้วน”  จันทร์ตอบ

วันสุดท้ายของการอบรม ความตั้งใจแรกเขาที่จะได้กลับกับน้องจันทร์และว่าจะรวบรวมความกล้าชวนน้องเขาไปทานเข้าตอนเย็น เป็นการเลี้ยงฉลองที่อบรมเสร็จกลับพังทลายเพราะต้องกลับพร้อมพี่ช้าง เขาทำได้แค่เพียงบอกลาสาวน้อย พร้อมกับหวังในใจว่าคงจะได้เจอกันที่สถานีรถไฟ พรหมลิขิตคงช่วยเขาได้แค่นี้ 
ไอ้ด๊อก แกชอบเจ้าจันทร์ใช่ไหม? เสียงพี่หมีอ้วนถามขึ้นเมื่ออยู่กันสองคนหลังทานข้าวเย็นเสร็จ
“ใช่ครับ”  ชายหนุ่มวางแก้วน้ำลงและตอบแบบตรงไปตรงมา ไม่ใช่เพราะเขาเกรงใจพี่หมีอ้วน แต่เขาไม่ใช่เด็กหนุ่มอายุน้อยที่จะเขินอายอีกแล้ว

“3  วันเนี่ยนะ เร็วไปเปล่าวะ” พี่หมีอ้วนถามให้แน่ใจ

“แน่ใจครับพี่ แต่ไม่ใช่สามวัน ผมเจอน้องเขามา สองครั้งก่อนมาที่บริษัทพี่
ครั้งแรก บังเอิญช่วยน้องเขาในรถไฟตอนเขามาเข้างานในวันแรก
ครั้งที่สอง เจอน้องเขาร้องไห้อยู่ที่ร้านที่ผมไปรับเล่นเปียโน ดร.หนุ่มตอบอย่างหนักแน่น”

“งั้นพี่ช่วยเอ็ง พี่เชื่อเรื่องรักแรกพบวะ แม้มันดูไม่น่าเป็นไปได้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันก็เป็นไปได้” พี่หมีอ้วนพูดขึ้น พร้อมหันไปดูรูปคู่รักที่แต่งงานกันมานานกว่า 50 ปี ที่ตอนนี้ก็ยังคอยดูแลกันไม่ห่างและมีพยานรัก ก็คือเขาเองและน้องชายอีกคน

 “ข้าฟังพ่อแม่เล่าให้ฟังทีไรก็รู้สึกเลี่ยนๆ แต่มันก็ทำให้มีข้านี่แหละ” พี่หมีอ้วนพูดขึ้นอย่างเข้าใจ

   ข้าจะส่งไอ้จันทร์ ไปหาเอ็ง เพื่อให้เอ็งช่วยสอนน้องเรื่องที่เจ้าจันทร์จะต้องเป็นผู้อบรมแทนเอ็งในครั้งต่อไป ซึ่งข้าให้เวลาประมาณ 2 เดือนกว่าๆ แก่น้องเขาไว้ และการอบรมครั้งหน้าก็จะเป็นการประเมินงานเขาด้วย เอ็งก็พยายามช่วยน้องเขาแล้วกัน

“อ้อ! ถ้าจีบติดอย่าทำน้องเขาร้องไห้นะ สงสารมัน ครั้งที่แล้วที่ไอ้จันทร์อกหัก ดูสภาพมันแย่มากๆ”

พี่หมีอ้วนบอก ก่อนจะเล่าประวัติและความรักของจันทร์ให้ ดร.หนุ่มได้ฟัง เพื่อชายหนุ่มจะได้เข้าใจเจ้าจันทร์ได้มากขึ้น

“ขอบคุณครับพี่” ดร. หนุ่มยกมือไหว้ผู้ที่เป็นพี่ชายข้างบ้านที่ตอนนี้กำลังทำหน้าที่เป็นศิลานี


ดร. หนุ่มเดินกลับบ้านด้วยใจที่เบาสบายเหมือนกับว่าเขาได้เข้าใจตัวเองเสียที เวลานี้เขาเข้าใจแล้วว่าความรู้สึกของการตกหลุมรักเป็นอย่างไร?

วันพุธที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2558

บทที่ 6 ความในใจของหมาน้อย

ฟ้าคืนนี้ เงียบเหงา เมื่อไร้เจ้า  คืนเหน็บหนาว ใจร้าว ยามขาดหาย
อรชร น้องน้อย เคยเคียงกาย  แสนเสียดาย เมื่อยาม ขาดเจ้าไป 
ฟ้าหนอนฟ้า เกินเอื้อม ให้ไปถึง ใจพลั้นผลึง หากดึง เจ้าเคียงใกล้
น้องไม่รู้  พี่ช้ำ ใจเพียงใด      กล้ำกลืนใจ ตัดเจ้า ไปจากกาย

                        หมาน้อย

คืนนี้ฟ้านั้นเต็มไปด้วยแสงดาวระยิบระยับ ฟ้าจะสวยขึ้นเมื่อมีดาวประดับอยู่เคียงข้าง 

      วราวุฒิ หรือ หมาน้อย ที่ทุกคนเรียกกำลังมองฟ้าที่เต็มไปด้วยแสงดาวระยิบระยับอยู่ตรงระเบียงบ้าน

      ฟ้ากลับมาแล้ว จริงๆ ด้วย ตอนนี้เธอคงเป็น ดร.สาวที่อายุน้อยที่สุดในประเทศ ใครจะเชื่อว่าเธอจะเป็น ดร. ทางด้านสถิติ จากอเมริกา ที่อายุเพียง 24 ปี 
      นึกถึงเด็กปี 1 น้องฟ้าเด็กสาวบ้านนอก ผมม้า หน้าตาธรรมดา หน้าตามอมแมมตอนรับน้อง เด็กสาวที่คอยปลื้มเขาตลอดเวลาในช่วงปีหนึ่ง ตอนนี้เธอเปลี่ยนไป อย่างไม่หวนกลับ
     ส่วนตัวเขาที่เคยเป็นเดือนมหาลัย แต่ตอนนี้ก็แค่พนักงานธรรมดา เป็นรุ่นพี่ที่เรียนจบหลังน้อง เพราะเอาแต่ทำกิจกรรม ได้น้องฟ้า คอยช่วยเพื่อทำให้ผ่านวิชาที่ยากที่สุดไปได้
     ความรักมากมายที่สาวน้อยมอบให้ใช่ว่าเขาจะไม่รับรู้ เด็กสาวที่อยู่นอกสายตา เปลี่ยนตัวเองเพื่อเขา เพื่อให้ใครต่อใครยอมรับในตัวเธอ เธอกลายเป็นฟ้าของใครๆ เธอทำให้เขาหันมามองและเอาหัวใจของเขาไปด้วยหัวใจของเธอ  แต่เขาเองมิอาจเปลี่ยนตัวเองให้เทียบเท่ากับเด็กสาวได้  เธออยู่สูงเกินกว่าเขาจะเอื้อมถึง หญิงสาวยอมเสียสละอนาคตของเธอเพื่ออยู่กับเขา และนี้เอง คือการจากลาที่เขาจำใจไล่เธอไป เพื่อตัวเธอและตัวเขาที่ขี่ขาด เขาผู้ซึ่งไม่พยายามสู้เพื่อเธอ ยอมแพ้และเดินจากไปง่ายๆ เพียงเพราะไม่อยากฟังคำนินทาจากคนอื่น เขานี้แหละที่ทำให้เธอร้องไห้ใจแทบขาด และเดินจากไปโดยไม่อธิบายอะไร

  ฟ้าไม่ใช่รักแรกของเขา แต่ฟ้าคือรักเดียวของเขา เพราะตั้งแต่ฟ้าจากไป เขาจึงเพิ่งรู้ว่า รักคืออะไรจริงๆ

 เขาจึงรู้สึกดีใจไม่น้อยที่รู้ว่าน้องจันทร์ทำงานนี้แทน เพราะเขาก็ไม่ค่อยอยากติดต่อกับมหาลัยเดิมเท่าไหร่ กลัวว่าสักวันจะเจอฟ้าและเด็กเรียนที่ตอนนี้เป็นถึง ดร. หนุ่ม ดร. ภูผา ชายที่เป็นเหมือนยาขมสำหรับเขาแม้ว่า ดร. คนนี้จะรู้ไม่จักเขาเพราะเรียนกันคนละคณะแต่เขารู้จัก ดร.หนุ่มคนนี้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

   ภูผา ผู้ชายแสนเชยๆ ใส่แว่นตาหนาๆ กรอบ ใหญ่ๆ ไว้ผมยาวขัดกับบุคลิกเด็กเรียน
 รุ่นพี่ที่คอยอยู่เคียงข้างฟ้าเสมอ เขาเป็นรุ่นพี่ที่คอยติวให้ฟ้าตอนปีหนึ่งและเป็นแรงบันดารใจให้ฟ้า สอบชิงทุนเพื่อไปเรียนต่อ โทและ ดร. ที่อังกฤษ ทำให้ฟ้าเป็นฟ้าในวันนี้ 
   แม้ว่าฟ้าจะบอกว่า ภูผาเป็นแค่รุ่นพี่เป็นไอดอนและเขาคือชายที่เธอรักที่สุด แต่สำหรับผม เธอคือฟ้าที่เกินเอื้อมจริงๆ 

  วันจันทร์ที่ไม่อยากให้ถึงกับมาถึงเร็วอย่างแทบใจหาย...

    ดร. ภูผาที่เขาคิดว่าแสนเชยตอนนี้มาอยู่ตรงหน้า แม้ว่า ดร.หนุ่มจะมองไม่เห็นเขา แต่เขาจำ ดร.หนุ่มได้ดี
    ชายที่เคยใส่แว่านหนาๆ กรอบใหญ่ๆ ตอนนี้หล่อแบบหาใครแข่งได้ยาก ส่งผลให้สาวๆที่เดินผ่านต้องหันหลังกลับมามอง ด้วยความสนใจ

   “คนอย่างเรา คงไม่มีอะไรสู้เขาได้จริงๆ” ชายหนุ่มคิดก่อนเดินเลี่ยงขึ้นบันไดเพื่อไม่ให้เจอกับ ดร. หนุ่ม

  หางม้าที่เห็นไวๆ กับรูปร่างแบบนี้ ต้องสายตาดร. หนุ่ม เมื่อเปิดประตูเข้ามาในบริษัทแสงสุรีย์แห่งนี้ รอยยิ้มกว้างเผยขึ้นจากหัวใจ หัวใจเต้นแรงนิดๆ จนเจ้าตัวเองก็แปลกใจ 
"อยู่บริษัทนี้เองหรือเนี่ย สาวน้อยหางม้า อยากให้สาวน้อยคนนี้คือ จันทรา จริงๆ
 เขาจะได้มีโอกาสได้รู้จักเธอเสียที"



วันศุกร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2558

บทที่ 5 เริ่มต้น...วันใหม่



แสงแดงเช้า ในเมือง อันสับสน   กับผู้คน ขวักไขว่ หลากหลายหน้า
 แต่ใจฉัน สงบ ต่างกันนา      เพียงเพราะว่า  ฉันละ ความทุกข์ใจ

                                                                                  จันทร์

เห็นสีหน้า น้องนี้ พี่มีสุข        ใจที่ทุกข์ เพราะห่วง มลายหาย
รอยยิ้มเจ้า ทำให้ ใจสบาย          กรุงวุ่นวาย ไม่ส่งผล เท่าเจ้าเลย 
ชายนักเปียนโน

                               

ความสดใสกลับมาอีกครั้ง...เมื่อวันจันทร์มาถึง
        วันจันทร์ วันแรกของสัปดาห์การทำงาน รถไฟฟ้ายังคงแน่นเหมือนเดิม แต่วันนี้ไม่เหมือนวันก่อน ไม่มีป้าอ้วน ไม่มีหนุ่มสุดหล่อ และไม่มีรองเท้าส้นเตี้ยด้วย
      เพราะจันทร์ได้เปลี่ยนรองเท้าเป็นผ้าใบเรียบร้อยแล้ว แม้มันจะไม่เข้ากับชุดทำงาน แต่มันก็ยึดติดกับพื้นรถไฟได้ดีกว่า วันนี้คงไม่ต้องมีใครมาประคองอีก
      รอยยิ้มของจันทร์กว้างขึ้น เมื่อเจอกับพี่หมาน้อยหลังจากออกมาจากรถไฟเรียบร้อยแล้ว

“ขึ้นรถไฟคันนี้เหมือนกันเหรอเรา”  พี่หมาน้อยพูดผ่านผ้าปิดปากที่กั่นไว้

“ค่ะ เป็นไรมากไหมคะพี่?”  จันทร์ ยิ้มกว้าง 

          “ไอ้เด็กคนนี้ วันก่อนร้องไห้ขี้มูกโป่ง วันนี้ยิ้มร่า ดูสิทำให้พี่เป็นห่วง เดี๋ยวเถอะ” พี่หมาน้อยไม่พูดเปล่า แถมมะเหงกให้อีก 1 ทีด้วยความหมั่นไส้ 
                        
“โอ้ย พี่เขกหัวจันทร์ทำไม” เสียงจันทร์ร้องออกมาเบาๆ 
        
                                   “โทษที่ทำให้พี่ต้องตากฝนยังไงหละ ดูสิป่วยเลย”

                           เสียงไอเบาๆกับหน้าแดงๆ ทำให้จันทร์อดไม่ได้ที่จะเอามือตัวเองมาจับหน้าผากของพี่หมาน้อย 
  
                             “ตัวร้อนนะพี่ กลับบ้านเถอะ” จันทร์พูดพร้อมกับกำลังกดโทรศัพท์เพื่อโทรหาพี่หมีอ้วน 
                            
                           “สบาย สบาย กินข้าว กินยา ก็หายแล้ว ไปเถอะ เดี๋ยวเข้างานสาย” พี่หมาน้อยพูดขึ้น ก่อนที่จันทร์จะกดโทรออก 
     
                           “ขอโทษนะคะ เพราะจันทร์แท้ๆ” จันทร์กล่าวขอโทษจากใจ

                          “อืม” พี่หมาน้อยตอบมาเบาๆ พร้อมโบกมือไปมาเพื่อบอกว่าไม่เป็นไร 

“มาพี่ถือให้” พี่หมาน้อยแย่งถุงเล็กๆ ในมือจันทร์ไปถือ แล้วทั้งสองก็เดินไปด้วยกัน

          มันเป็นเหตุบังเอิญที่ทำให้ชายนักเปียโน มาเห็นภาพชายหนุ่มและหญิงสาวหยอกกันในยามเช้าของวันจันทร์ ใจของเขายินดีนักที่ได้เห็นรอยยิ้มของสาวน้อยหางเปียอีกครั้ง แต่ลมหายใจรู้สึกขัดๆ ที่ได้เห็นชายหญิงทั้งสองหยอกกันตรงหน้า

         สลิ่มน้ำกระทิ + น้ำแข็งใส่วางอยู่ที่โต๊ะทำงานจันทร์ตั้งแต่เช้า พร้อมกับกระดาษโน้ตที่มีข้อความสั้นๆ ว่า
  “สู้ๆนะ แล้วมันจะผ่านไป จากพี่ๆ”
  
          รอยยิ้มกว้างพร้อมฟันขาวๆ ปรากฎขึ้น พร้อมกับการชูสองนิ้วให้พี่ๆ ทั้ง 4 ได้เห็น 

                                     “จันทร์สู้ตายคะพี่ ขอบคุณนะคะ” หญิงสาวยกมือไหว้พี่ๆ อีกครั้งเป็นการขอบคุณจากใจจริง

          เสียงไอเป็นระยะ กับหน้าที่แดง ทำให้พี่หมีอ้วนต้องออกปากไล่ ส่งผลให้พี่หมาน้อยถูกเนรเทศให้ไปนอนห้องพยาบาล ก่อนที่มันจะแพร่ถึงทุกคนในห้องกันหมด

         สุดท้าย พี่หมาน้อยก็ไม่ได้ทำงาน แถมงานทั้งหมดก็ต้องตกมาเป็นของจันทร์อย่างช่วยไม่ได้ โทษฐานที่ทำให้พี่เขาต้องตากฝน

        ตารางาน confirm นัดหมายกับวิทยากรที่จะมาในจันทร์หน้า ซึ่งเป็นงานของพี่หมาน้อย เลยกลายเป็นงานสำคัญของจันทร์ในวันนี้ แม้จะเป็นเพียงแค่การโทรไปคุย เพื่อยืนยันการนัดหมาย แต่จันทร์ก็รู้สึกประหม่าไม่ใช่น้อยจึงทำให้เสียงของเธอเลยออกจะสั่นๆ ไปบ้าง
       
        สวัสดีค่ะ จันทรา จากบริษัท แสงสุรีย์ จะโทรมายืนยันนัดหมายกับ ดร. ภูผา เสถียรกุล ที่จะมาอบรมพนักงานเรื่อง การใช้เครื่องมือวัดให้ถูกต้องค่ะ 
          ครับ ดร. ภูผา ครับ เสียงปลายสายกล่าวตอบ ผมจะไปถึงบริษัทจันทร์หน้าสักประมาณ 10 โมงไม่น่าจะเกินนั้น ช่วยเตรียมโปรเจกเตอร์ให้ผมด้วยนะครับ แล้วผมจะส่งเอกสารในการสอนให้คุณ จันทรา เออหรือว่าคุณ วราวุติดีครับเพื่อเตรียมสำหรับผู้อบรมในครั้งนี้
         ส่งให้จันทร์ ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวจันทร์ส่ง e-mail address ให้อาจารย์นะค่ะ
          “ครับ ขอบคุณ” 
         
จันทร์ถอนหายใจเมื่อวางสาย  “เสร็จแล้วงานแรก”

         และด้วยงานนี้เองทำให้พี่หมีอ้วนมีความคิดดีๆ เพื่อใช้ในการประเมินว่าจันทร์สามารถผ่านงานในบริษัทนี้ได้ไหม?
         โดยมอบหมายให้จันทร์เป็นผู้อบรมเรื่องนี้ในครั้งต่อไป มีกำหนดให้ภายใน 3 เดือนจันทร์จะต้อง present เรืองนี้ได้อย่างคล่องแคล่วและผู้อบรมต้องผ่านการประเมินหลังอบรมเกิน 90% ของคะแนนประเมิน

“พระเจ้า ต่อจากนี้ไปคงไม่ใช่งานง่ายแล้วสิเรา” 
        
          เสียงปลายสายที่วางไป ทำให้ใจของอาจารย์หนุ่ม รู้สึกคิดถึงเด็กสาวหางม้าขึ้นมานิดนึงและ
อมยิ้มที่มุมปากอย่างไม่ตั้งใจ  ทำให้อาจารย์ที่เป็นเพื่อนรักสังเกตเห็น

“วางโทรศัพท์ แล้วยิ้มนี้หมายความว่ายังไง ค่ะ” อาจารย์สาวแซว 

“ครับ”  นักเปียนโนที่มีดีกรีเป็นถึงอาจาย์ยิ้ม และสายหัว 
“ไม่มีอะไร ไปกินข้าวกันเถอะ” 

      บรรยากาศการทานข้าวในโรงอาหารของมหาวิทยาลัยจึงเต็มไปด้วยสายตามากมายที่พยายามมองอาจารย์ ดร. หนุ่มหล่อและอาจารย์สาวสวยที่มีดรีกรี ดร. เพิ่มกลับมาจากอเมริกา ใครๆ ในที่นี้ก็ต่างคิดว่าทั้งสองเหมาะกันมากที่สุด ไม่เพียงแค่ความหล่อและสวยที่สมกันเท่านั้น แต่ความรู้ ความสามารถก็เก่งไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันด้วย

“คราวหน้า พี่พาฟ้าไปทานที่อื่นดีกว่าเนอะ พี่ไม่ชอบเป็นเป้าสายตา” อาจารย์หนุ่มพูดด้วยเสียงเบาๆ 

    “Don’t care แต่ก็แล้วแต่พี่เถอะค่ะ”  อาจารย์สาวยิ้มให้กับพี่ชายร่วมโลกที่ยังคงมีนิสัยไม่ชอบเป็นเป้าสายตามาตั้งแต่สมัยเรียนจนถึงตอนนี้
  
      ข้อมูลการอบรมถูกส่งมาใน e-mail ของจันทร์ในช่วงบ่าย บทเรียนการสอนอ่านแล้วเข้าใจง่าย แม้ว่าจันทร์จะไม่ได้จบช่าง หรือวิศวะ อ่านเพียงสองรอบก็พอจะเข้าใจ แต่เรื่องสูตรต่างๆยากเกิน คิดว่าคงต้องถามอาจารย์ที่อบรมก็น่าจะพอไหว หญิงสาวยิ้ม ก่อนเก็บเอกสารไว้ในแฟ้มเตรียมกลับบ้าน 

“ไปดูพี่หมาน้อยดีกว่า” 

เมื่อตอนพักเที่ยงไปดูยังหลับอยู่ ตอนนี้ไม่รู้เป็นไงบ้าง ไปปลุกพี่เขาเพื่อเตรียมกับบ้าน
      
       แสงสว่างในช่วงบ่ายลอดผ่านผ้าม่านขาวในห้องพยาบาล ทำให้ชายหนุ่มต้องตื่นขึ้นมาด้วยความไม่เต็มใจ   

“พี่หมาน้อยเป็นไงบ้าง” สาวหางม้ายิ้มกว้างหลังจากที่แตะหน้าผากเขาเบาๆ ด้วยความห่วงใย
“หายแล้วนิ ตัวไม่ร้อนแล้ว หน้าก็ไม่แดง”  หญิงสาวดึงผ้าห่มออกเตรียมที่จะพับเก็บ

เฮ้ย! ดึงออกเลยเหรอ พี่ขอ นอนอีกหน่อยนะ ทำให้ไข้ขึ้น แล้วยังมากวนการนอนอีก” 
ชายหนุ่มดึงกลับ บ่นพึมพำเบาๆ ทำท่าจะนอนต่อ 

  “5 โมงแล้วนะพี่ จะเลิกงานแล้ว อยากนอน นอนเลย ไปหละ” หญิงสาวตัวเล็กปล่อยผ้าห่มในมืออก  

“เฮ้ย รอพี่ด้วย”  พี่หมาน้อยพูดด้วยเสียงเบาๆ แต่ก็ทำให้คนที่เป็นน้องดึงผ้าห่มมาพับต่อ
“นึกว่าชอบห้องพยาบาล” หญิงสาวอดแขวะไม่ได้

    30 นาที ชายหนุ่มและหญิงสาวก็มาหยุดหน้ารถไฟฟ้าเตรียมที่จะขึ้นรถเพื่อกลับบ้าน 

“พี่หมาน้อยเป็นไงบ้าง ดูหน้าจะแดงอีกแล้วนะ” หญิงสาวทำท่าจับหน้าฝาก    
“ไม่เป็นไรอะ ไม่ต้องจับก็ได้ อายเขา” ชายหนุ่มยิ้ม ทำท่าอายๆ 

“อายอะไรพี่ ตอนเช้าจันทร์ก็ทำแบบนี้ ใครคิดอะไรก็ช่างเขา” หญิงสาวทำท่าจะจับหน้าผากอีกครั้ง เพราะใจยังรู้สึกเป็นห่วงอยู่

“ตามใจ” ชายหนุ่มเลยจำยอมให้รุ่นน้องทำตามที่ใจต้องการ


  “ดีจัง ตัวไม่ร้อนแล้ว”  หญิงสาวกล่าวพร้อมกับส่งยิ้มให้ แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะค่ะ