วันศุกร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2558

บทที่ 5 เริ่มต้น...วันใหม่



แสงแดงเช้า ในเมือง อันสับสน   กับผู้คน ขวักไขว่ หลากหลายหน้า
 แต่ใจฉัน สงบ ต่างกันนา      เพียงเพราะว่า  ฉันละ ความทุกข์ใจ

                                                                                  จันทร์

เห็นสีหน้า น้องนี้ พี่มีสุข        ใจที่ทุกข์ เพราะห่วง มลายหาย
รอยยิ้มเจ้า ทำให้ ใจสบาย          กรุงวุ่นวาย ไม่ส่งผล เท่าเจ้าเลย 
ชายนักเปียนโน

                               

ความสดใสกลับมาอีกครั้ง...เมื่อวันจันทร์มาถึง
        วันจันทร์ วันแรกของสัปดาห์การทำงาน รถไฟฟ้ายังคงแน่นเหมือนเดิม แต่วันนี้ไม่เหมือนวันก่อน ไม่มีป้าอ้วน ไม่มีหนุ่มสุดหล่อ และไม่มีรองเท้าส้นเตี้ยด้วย
      เพราะจันทร์ได้เปลี่ยนรองเท้าเป็นผ้าใบเรียบร้อยแล้ว แม้มันจะไม่เข้ากับชุดทำงาน แต่มันก็ยึดติดกับพื้นรถไฟได้ดีกว่า วันนี้คงไม่ต้องมีใครมาประคองอีก
      รอยยิ้มของจันทร์กว้างขึ้น เมื่อเจอกับพี่หมาน้อยหลังจากออกมาจากรถไฟเรียบร้อยแล้ว

“ขึ้นรถไฟคันนี้เหมือนกันเหรอเรา”  พี่หมาน้อยพูดผ่านผ้าปิดปากที่กั่นไว้

“ค่ะ เป็นไรมากไหมคะพี่?”  จันทร์ ยิ้มกว้าง 

          “ไอ้เด็กคนนี้ วันก่อนร้องไห้ขี้มูกโป่ง วันนี้ยิ้มร่า ดูสิทำให้พี่เป็นห่วง เดี๋ยวเถอะ” พี่หมาน้อยไม่พูดเปล่า แถมมะเหงกให้อีก 1 ทีด้วยความหมั่นไส้ 
                        
“โอ้ย พี่เขกหัวจันทร์ทำไม” เสียงจันทร์ร้องออกมาเบาๆ 
        
                                   “โทษที่ทำให้พี่ต้องตากฝนยังไงหละ ดูสิป่วยเลย”

                           เสียงไอเบาๆกับหน้าแดงๆ ทำให้จันทร์อดไม่ได้ที่จะเอามือตัวเองมาจับหน้าผากของพี่หมาน้อย 
  
                             “ตัวร้อนนะพี่ กลับบ้านเถอะ” จันทร์พูดพร้อมกับกำลังกดโทรศัพท์เพื่อโทรหาพี่หมีอ้วน 
                            
                           “สบาย สบาย กินข้าว กินยา ก็หายแล้ว ไปเถอะ เดี๋ยวเข้างานสาย” พี่หมาน้อยพูดขึ้น ก่อนที่จันทร์จะกดโทรออก 
     
                           “ขอโทษนะคะ เพราะจันทร์แท้ๆ” จันทร์กล่าวขอโทษจากใจ

                          “อืม” พี่หมาน้อยตอบมาเบาๆ พร้อมโบกมือไปมาเพื่อบอกว่าไม่เป็นไร 

“มาพี่ถือให้” พี่หมาน้อยแย่งถุงเล็กๆ ในมือจันทร์ไปถือ แล้วทั้งสองก็เดินไปด้วยกัน

          มันเป็นเหตุบังเอิญที่ทำให้ชายนักเปียโน มาเห็นภาพชายหนุ่มและหญิงสาวหยอกกันในยามเช้าของวันจันทร์ ใจของเขายินดีนักที่ได้เห็นรอยยิ้มของสาวน้อยหางเปียอีกครั้ง แต่ลมหายใจรู้สึกขัดๆ ที่ได้เห็นชายหญิงทั้งสองหยอกกันตรงหน้า

         สลิ่มน้ำกระทิ + น้ำแข็งใส่วางอยู่ที่โต๊ะทำงานจันทร์ตั้งแต่เช้า พร้อมกับกระดาษโน้ตที่มีข้อความสั้นๆ ว่า
  “สู้ๆนะ แล้วมันจะผ่านไป จากพี่ๆ”
  
          รอยยิ้มกว้างพร้อมฟันขาวๆ ปรากฎขึ้น พร้อมกับการชูสองนิ้วให้พี่ๆ ทั้ง 4 ได้เห็น 

                                     “จันทร์สู้ตายคะพี่ ขอบคุณนะคะ” หญิงสาวยกมือไหว้พี่ๆ อีกครั้งเป็นการขอบคุณจากใจจริง

          เสียงไอเป็นระยะ กับหน้าที่แดง ทำให้พี่หมีอ้วนต้องออกปากไล่ ส่งผลให้พี่หมาน้อยถูกเนรเทศให้ไปนอนห้องพยาบาล ก่อนที่มันจะแพร่ถึงทุกคนในห้องกันหมด

         สุดท้าย พี่หมาน้อยก็ไม่ได้ทำงาน แถมงานทั้งหมดก็ต้องตกมาเป็นของจันทร์อย่างช่วยไม่ได้ โทษฐานที่ทำให้พี่เขาต้องตากฝน

        ตารางาน confirm นัดหมายกับวิทยากรที่จะมาในจันทร์หน้า ซึ่งเป็นงานของพี่หมาน้อย เลยกลายเป็นงานสำคัญของจันทร์ในวันนี้ แม้จะเป็นเพียงแค่การโทรไปคุย เพื่อยืนยันการนัดหมาย แต่จันทร์ก็รู้สึกประหม่าไม่ใช่น้อยจึงทำให้เสียงของเธอเลยออกจะสั่นๆ ไปบ้าง
       
        สวัสดีค่ะ จันทรา จากบริษัท แสงสุรีย์ จะโทรมายืนยันนัดหมายกับ ดร. ภูผา เสถียรกุล ที่จะมาอบรมพนักงานเรื่อง การใช้เครื่องมือวัดให้ถูกต้องค่ะ 
          ครับ ดร. ภูผา ครับ เสียงปลายสายกล่าวตอบ ผมจะไปถึงบริษัทจันทร์หน้าสักประมาณ 10 โมงไม่น่าจะเกินนั้น ช่วยเตรียมโปรเจกเตอร์ให้ผมด้วยนะครับ แล้วผมจะส่งเอกสารในการสอนให้คุณ จันทรา เออหรือว่าคุณ วราวุติดีครับเพื่อเตรียมสำหรับผู้อบรมในครั้งนี้
         ส่งให้จันทร์ ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวจันทร์ส่ง e-mail address ให้อาจารย์นะค่ะ
          “ครับ ขอบคุณ” 
         
จันทร์ถอนหายใจเมื่อวางสาย  “เสร็จแล้วงานแรก”

         และด้วยงานนี้เองทำให้พี่หมีอ้วนมีความคิดดีๆ เพื่อใช้ในการประเมินว่าจันทร์สามารถผ่านงานในบริษัทนี้ได้ไหม?
         โดยมอบหมายให้จันทร์เป็นผู้อบรมเรื่องนี้ในครั้งต่อไป มีกำหนดให้ภายใน 3 เดือนจันทร์จะต้อง present เรืองนี้ได้อย่างคล่องแคล่วและผู้อบรมต้องผ่านการประเมินหลังอบรมเกิน 90% ของคะแนนประเมิน

“พระเจ้า ต่อจากนี้ไปคงไม่ใช่งานง่ายแล้วสิเรา” 
        
          เสียงปลายสายที่วางไป ทำให้ใจของอาจารย์หนุ่ม รู้สึกคิดถึงเด็กสาวหางม้าขึ้นมานิดนึงและ
อมยิ้มที่มุมปากอย่างไม่ตั้งใจ  ทำให้อาจารย์ที่เป็นเพื่อนรักสังเกตเห็น

“วางโทรศัพท์ แล้วยิ้มนี้หมายความว่ายังไง ค่ะ” อาจารย์สาวแซว 

“ครับ”  นักเปียนโนที่มีดีกรีเป็นถึงอาจาย์ยิ้ม และสายหัว 
“ไม่มีอะไร ไปกินข้าวกันเถอะ” 

      บรรยากาศการทานข้าวในโรงอาหารของมหาวิทยาลัยจึงเต็มไปด้วยสายตามากมายที่พยายามมองอาจารย์ ดร. หนุ่มหล่อและอาจารย์สาวสวยที่มีดรีกรี ดร. เพิ่มกลับมาจากอเมริกา ใครๆ ในที่นี้ก็ต่างคิดว่าทั้งสองเหมาะกันมากที่สุด ไม่เพียงแค่ความหล่อและสวยที่สมกันเท่านั้น แต่ความรู้ ความสามารถก็เก่งไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันด้วย

“คราวหน้า พี่พาฟ้าไปทานที่อื่นดีกว่าเนอะ พี่ไม่ชอบเป็นเป้าสายตา” อาจารย์หนุ่มพูดด้วยเสียงเบาๆ 

    “Don’t care แต่ก็แล้วแต่พี่เถอะค่ะ”  อาจารย์สาวยิ้มให้กับพี่ชายร่วมโลกที่ยังคงมีนิสัยไม่ชอบเป็นเป้าสายตามาตั้งแต่สมัยเรียนจนถึงตอนนี้
  
      ข้อมูลการอบรมถูกส่งมาใน e-mail ของจันทร์ในช่วงบ่าย บทเรียนการสอนอ่านแล้วเข้าใจง่าย แม้ว่าจันทร์จะไม่ได้จบช่าง หรือวิศวะ อ่านเพียงสองรอบก็พอจะเข้าใจ แต่เรื่องสูตรต่างๆยากเกิน คิดว่าคงต้องถามอาจารย์ที่อบรมก็น่าจะพอไหว หญิงสาวยิ้ม ก่อนเก็บเอกสารไว้ในแฟ้มเตรียมกลับบ้าน 

“ไปดูพี่หมาน้อยดีกว่า” 

เมื่อตอนพักเที่ยงไปดูยังหลับอยู่ ตอนนี้ไม่รู้เป็นไงบ้าง ไปปลุกพี่เขาเพื่อเตรียมกับบ้าน
      
       แสงสว่างในช่วงบ่ายลอดผ่านผ้าม่านขาวในห้องพยาบาล ทำให้ชายหนุ่มต้องตื่นขึ้นมาด้วยความไม่เต็มใจ   

“พี่หมาน้อยเป็นไงบ้าง” สาวหางม้ายิ้มกว้างหลังจากที่แตะหน้าผากเขาเบาๆ ด้วยความห่วงใย
“หายแล้วนิ ตัวไม่ร้อนแล้ว หน้าก็ไม่แดง”  หญิงสาวดึงผ้าห่มออกเตรียมที่จะพับเก็บ

เฮ้ย! ดึงออกเลยเหรอ พี่ขอ นอนอีกหน่อยนะ ทำให้ไข้ขึ้น แล้วยังมากวนการนอนอีก” 
ชายหนุ่มดึงกลับ บ่นพึมพำเบาๆ ทำท่าจะนอนต่อ 

  “5 โมงแล้วนะพี่ จะเลิกงานแล้ว อยากนอน นอนเลย ไปหละ” หญิงสาวตัวเล็กปล่อยผ้าห่มในมืออก  

“เฮ้ย รอพี่ด้วย”  พี่หมาน้อยพูดด้วยเสียงเบาๆ แต่ก็ทำให้คนที่เป็นน้องดึงผ้าห่มมาพับต่อ
“นึกว่าชอบห้องพยาบาล” หญิงสาวอดแขวะไม่ได้

    30 นาที ชายหนุ่มและหญิงสาวก็มาหยุดหน้ารถไฟฟ้าเตรียมที่จะขึ้นรถเพื่อกลับบ้าน 

“พี่หมาน้อยเป็นไงบ้าง ดูหน้าจะแดงอีกแล้วนะ” หญิงสาวทำท่าจับหน้าฝาก    
“ไม่เป็นไรอะ ไม่ต้องจับก็ได้ อายเขา” ชายหนุ่มยิ้ม ทำท่าอายๆ 

“อายอะไรพี่ ตอนเช้าจันทร์ก็ทำแบบนี้ ใครคิดอะไรก็ช่างเขา” หญิงสาวทำท่าจะจับหน้าผากอีกครั้ง เพราะใจยังรู้สึกเป็นห่วงอยู่

“ตามใจ” ชายหนุ่มเลยจำยอมให้รุ่นน้องทำตามที่ใจต้องการ


  “ดีจัง ตัวไม่ร้อนแล้ว”  หญิงสาวกล่าวพร้อมกับส่งยิ้มให้ แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะค่ะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น