รู้จัก…รู้ใจ
ดวงตาเจ้า มองมา ต้องตาพี่ เจ้าคนดี จำพี่ ได้หรือไม่
ใจพี่เต้น ระรัว ระเริงไกล ยามอยู่ใกล้ ใจพี่ มองเพียงเธอ
โฮ้ใจจ๋า อย่านะ อย่าหยุดเต้น ชายที่เห็น ใช่คน ที่เฝ้าหา
เทพบุตร เหมือนไกล แต่ใกล้ตา ขอเวลา ตอนนี้ ได้อยู่เคียง
แสงแดดเช้าวันนี้จ้าเหลือเกิน สาวน้อยวิ่งเข้าบริษัทด้วยความรีบเร่ง ดีใจที่ตัวเองมาถึงบริษัทก่อนเข้างานเกือบชั่วโมง
“e-mail แจ้งผู้เข้าอบรมเรียบร้อยแล้ว เอกสารสำหรับผู้อบรม 20 คน ถูกจัดวางตามโต๊ะแล้ว โปรเจกเตอร์และอุปกรณ์สำหรับเชื่อมระหว่างแทปเล็ตกับโปรเจกเตอร์เรียบร้อยแล้วเช่นกัน สาวน้อยสร้าง check list ขึ้นในใจ ทุกอย่างอยู๋ในการควบคุม” เธอคิดก่อนที่จะวิ่งไปดูสถานที่จัดอบรมอีกครั้งเพื่อความสบายใจ
เหงื่ออ่อนๆ ผลุดออกจากใบหน้างาม เมื่อไปถึงห้องจัดอบรม ขนมและเครื่องดื่มถูกจัดวางเรียงอย่างเรียบร้อยไว้หลังห้อง เพื่อเตรียมไว้สำหรับผู้อบรมถูกจัดอย่างสวยงามด้วยป้าแม่บ้านที่แสนจะใจดี แถมมี ดอกไม้สวยๆ วางไว้ที่โต๊ะสำหรับวิทยากรด้วย ทำให้ห้องดูน่าอบรมมากขึ้น
“จันทร์! ดร. ภูผา มาถึงแล้วนะ” พี่หมีอ้วนเดินเข้ามาตรวจตาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนตบบ่าจันทร์เบาๆ
“จัดงานได้ดี ไปรับ ดร. ได้แล้วหล่ะ อาจารย์มาถึงแล้ว” พี่หมีอ้วนบอก พร้อมกับส่งพี่ยีราฟ มาช่วยในการนำผู้อบรมเข้าไปในห้องและ check ชื่อให้เรียบร้อยเมื่อผู้เข้าอบรมมาถึง
พี่สาวหน้าเคาน์เตอร์ยิ้มหวานก่อนบอกจันทร์เบาๆ ว่า ดร. ภูผา นั่งรอและอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ทางด้านโน้น
แสงแดดที่สาดส่องพื้นหลังจากกระจกทำให้เห็นเพียงชายที่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ด้วยท่าทีสบายใจ หญิงสาวรู้สึกแปลกๆ มันรู้สึกเหมือน...
“สวัสดีค่ะ ดร. ภูผา” หญิงสาวหยุดตรงหน้า ทักดร.หนุ่มที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่
“จันทราค่ะ” หญิงสาวยิ้มให้และยิ้มกว้างขึ้นเมื่อหนังสือพิมพ์ถูกลดระดับลงทำให้เห็นถึงผู้มาเยือนได้ชัดขึ้นพร้อมกับยกมือไหว้เพื่อแสดงความเคารพ
“สวัสดีครับ คุณจันทรา” ดร. หนุ่มยิ้มหวานให้พร้อมกับรับไหว้ เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ใจของจันทร์รู้สึกอบอุ่นและยังละลายเหมือนเดิม
“อาจารย์ คือคุณพี่ที่ช่วยจันทร์ในรถไฟวันนั้น” หญิงสาวหน้าแดงด้วยความอายปนยินดี ความรู้สึกบอกไม่ถูก รู้แต่ว่าหน้ามันร้อนมากๆ มือไม้ก็พลานไม่รู้จะวางไว้ไหน เหมือนใจจะหยุดเต้นยังไงไม่รู้
“แย่จัง เป็นอะไรนี่เรา” จันทร์คิด
“ขอบคุณนะคะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ” หญิงสาวกล่าว
“เป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ นะครับนี่ ที่ได้เจอกันอีกครั้ง” ดร. หนุ่มกล่าวขึ้นพร้อมกับยิ้มหวานให้อีกครั้ง
ช่างเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สุด เป็นเรื่องบังเอิญที่เขาภาวนาอยากให้เป็น ดร. หนุ่มคิด น้ำเสียงของเด็กสาวหางม้ายังหวานใสเหมือนครั้งแรก แววตาที่เคยเศร้าสร้อยที่เคยเห็นในครั้งที่สองได้หายไปหมดแล้ว ตอนนี้เธอคือ เด็กสาวหน้าแดงๆ ตัวเล็กๆ ที่อยู่ตรงหน้า เธอคือเด็กสาวที่ทำให้ใจเขาเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก และเขารู้สึกว่าอยากทำให้เธอคนนี้มีความสุข
“อาจารย์ทานข้าวมาหรือยังคะ หรือว่าจะให้จันทร์นำอาจารย์ไปยังห้องจัดอบรมเลย เพราะตอนนี้เรายังพอมีเวลาอีก 45 นาที ตามเวลาที่นัดอบรมค่ะ” หญิงสาวรวบรวมสติที่ยังพอมีอยู่กล่าวขึ้น
“ผมทานข้าวมาแล้ว รบกวนคุณจันทร์ ช่วยนำไปด้วยครับ” ดร. หนุ่มลุกขึ้นยืน หยิบกระเป๋าเอกสารใบเล็กๆ ที่วางด้านข้างขึ้นมาถือ พร้อมกับเก็บหนังสือพิมพ์ที่อ่านอย่างเรียบร้อย
“ทางนี้ค่ะ อาจารย์” หญิงสาวนำ ดร. หนุ่มขึ้นลิฟท์ไปยังชั้น 3 ใช้เวลาเพียงเล็กน้อย เพราะห้องอยู่ไม่ไกลจากลิฟท์เท่าไรนัก
“ดีใจจังที่อาจารย์ คือพี่คนนั้น ” เสียงใสกล่าวขึ้นหลังจากรวบรวมสติได้
“ครับ”
“ถ้าไม่ได้อาจารย์ จันทร์ก็อาจตกงานในวันแรก เพราะมาสาย ขอบคุณอีกครั้งนะคะ” จันทร์หันกลับมายิ้มหวานพร้อมกล่าวออกมาด้วยความรู้สึกขอบคุณเป็นที่สุด
ภาพที่เห็นทำให้ ดร. หนุ่มอยากจะเอามือมาสัมผัสศีรษะน้อยๆ เบาๆ ของเธอแล้วบอกว่า “ตั้งใจเข้าหล่ะ” แต่เขาทำได้เพียงแค่ตอบว่า
“ยินดีครับ”
“ไอ้แว่น เอ็งหรือนี่ ดร. หนุ่มจากเมืองนอก จบทาง “Measurement System Analysis” เจ้าเด็กข้างบ้านที่คอยตามดูแลไอ้ฟ้า ตอนแรกเห็นนามสกุลก็คุ้นๆ ไม่คิดเลยว่าจะเป็นไอ้น้องคนนี้” พี่หมีอ้วนทักพร้อมกับกอดคอแรงๆ
“ไอ้น้องชาย โครตคิดถึงเลย เลิกใส่แว่นแล้วหล่อวะ แต่ยังไว้ผมยาวเหมือนเดิม ดีใจ ดีใจ”
เสียงอันดังของพี่หมีพร้อมทั้งท่าทางที่แสดงออก ทำให้ใครต่อใครพากันมองอย่างไม่ต้องสงสัย
“ครับพี่ช้าง กลับมาสักพักแล้ว ว่าจะไปไหว้พ่อแม่พี่เหมือนกัน แต่ยังหาเวลาเหมาะสมไม่ได้” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับยกมือสวัสดีพี่ชายที่เคยเล่นกันมาแต่เด็ก
“ที่นี่เขาเรียกพี่ว่าหมีอ้วน ไอ้แว่น เอ็งเรียกพี่แบบนั้นก็ได้ อบรมเสร็จ มาหาพี่นะ” พีหมีอ้วนกำชับบอกพร้อมกับสั่งให้จันทร์ช่วยอำนวนความสะดวก ดร. หนุ่มตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่
“3 วันนี้ผมต้องขอรบกวนด้วยนะครับ คุณจันทร์” ดร. หนุ่มกล่าวพร้อมกับส่งยิ้มให้
“ยินดีค่ะ ดร. ภูผา” จันทร์กล่าว
“ถ้าไม่รังเกียจ เวลาคุยกันสองคนเรียกผมว่าภู หรือพี่ภู นะครับ พี่จะได้ไม่รู้สึกอึดอัดจนเกินไป ถือว่าพี่ขอ”
ดร.หนุ่มพูดขึ้นหลังจากพี่ช้างหรือพี่หมีอ้วนของทุกคนได้เดินจากไปแล้ว
หญิงสาวอึ้งไปสักพักก่อนที่จะพยักหน้ารับเบาๆ “ตกลงค่ะพี่ภู” หญิงสาวยิ้มให้จนตาหยี ถึงจะรู้สึกเขินมากๆ เวลาเรียก แต่ก็ทนสายตาที่ขอร้องไม่ไหว ก็สายตา ดร. คนนี้มันดูอบอุ่นจริงๆ
ช่วงเวลา 3 วันผ่านไปเร็วมาก เวลาที่มีความสุขมันช่างดูสั้นสำหรับดร. หนุ่ม เขามีโอกาสได้พูดคุยและทานข้าวกลางวันด้วยกันทุกวันและขึ้นรถไฟฟ้ากลับด้วยกันทุกเย็นกับสาวน้องหางม้า เขาพยายามทุกวิธีทางที่จะทำให้ได้อยู๋ใกล้เธอมากที่สุด
สายตามากมายคอยจ้องมองเขาเมื่อทั้งสองทานข้าวด้วยกัน มันมิได้ทำให้เขาอึดอัดใจเลย ต่างกันกับการทานข้าวกับฟ้าโดยสิ้นเชิง ตอนนี้เขาไม่สนใจว่าใครจะคิดอย่างไร เขาสนแค่สาวน้อยตรงหน้าเพียงอย่างเดียว
เสียงหัวเราะและรอยยิ้มหวานๆ ของเขาเกิดขึ้นทุกครั้งที่หญิงสาวเล่าเรื่องสนุกของพี่ๆ ทั้งสี่ให้ฟัง เสียงใสๆ ที่ช่างซักช่างถามและความช่างจดช่างจำทำให้ใจเขาอดไม่ได้ที่จะเอ็นดูและประทับใจ
เขารู้ได้ว่านี้คือความรัก แม้จะเพียง 3 วันที่ได้รู้จักจันทร์ ความรู้สึกที่ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ สุขใจเมื่อได้คิดถึงและเฝ้ามอง เขารู้ได้เลยว่านั้นคือคนที่เขารอ แต่เด็กสาวเธอช่างเด็กเหลือเกิน เขาได้แต่แอบหวังลึกๆว่า เธอจะเข้าใจความรู้สึกของเขาได้ในวันหนึ่ง
“คนที่ไม่เคยแม้จะจีบสาวอย่างเขา จะทำอย่างไรให้สาวน้อยคนนี้ได้รับรู้”
“มักยากกว่าการทำ ดร. เสียอีก” ชายหนุ่มคิด
สายตาหวานๆ ที่ดร. หนุ่มส่งให้เจ้าจันทร์ทำให้พี่หมีอ้วนชักไม่สบายใจ แม้จะมีพี่ๆ คนอื่นมาร่วมทานด้วยบ้าง แต่มันก็ไม่ทำให้ความหวานของสายตานี้ลดลงเลย
วันนี้แหละ เขาตั้งใจจะเปิดอกพูดกับ “ไอ้ด๊อก!” โดยตรง พี่หมีอ้วนคิดหลังจากเปลี่ยนสรรพนาม จาก ไอ้แว่น เป็น ไอ้ด๊อก ได้ไม่นาน
ไอ้ด๊อก (ฟังแล้วเหมือนเรียกคุณสุนัขเลยนะเนี่ย) เย็นนี้ไปกินข้าวบ้านพี่นะ แม่เขาคิดถึง พี่หมีอ้วนตบบ่า พร้อมกับเดินจากไปหลังจากเจอกันตรงทางเดินก่อนเข้าอบรม class สุดท้าย โดยไม่ฟังคำตอบ ดร.หนุ่มเพียงยิ้มน้อยๆ อย่างเข้าใจ พร้อมกับถามจันทร์เบาๆ ว่า “พี่เขาเป็นแบบนี้ตลอดเลยไหม?”
“นี่แหละค่ะ พี่หมีอ้วน” จันทร์ตอบ
วันสุดท้ายของการอบรม ความตั้งใจแรกเขาที่จะได้กลับกับน้องจันทร์และว่าจะรวบรวมความกล้าชวนน้องเขาไปทานเข้าตอนเย็น เป็นการเลี้ยงฉลองที่อบรมเสร็จกลับพังทลายเพราะต้องกลับพร้อมพี่ช้าง เขาทำได้แค่เพียงบอกลาสาวน้อย พร้อมกับหวังในใจว่าคงจะได้เจอกันที่สถานีรถไฟ พรหมลิขิตคงช่วยเขาได้แค่นี้
ไอ้ด๊อก แกชอบเจ้าจันทร์ใช่ไหม? เสียงพี่หมีอ้วนถามขึ้นเมื่ออยู่กันสองคนหลังทานข้าวเย็นเสร็จ
“ใช่ครับ” ชายหนุ่มวางแก้วน้ำลงและตอบแบบตรงไปตรงมา ไม่ใช่เพราะเขาเกรงใจพี่หมีอ้วน แต่เขาไม่ใช่เด็กหนุ่มอายุน้อยที่จะเขินอายอีกแล้ว
“3 วันเนี่ยนะ เร็วไปเปล่าวะ” พี่หมีอ้วนถามให้แน่ใจ
“แน่ใจครับพี่ แต่ไม่ใช่สามวัน ผมเจอน้องเขามา สองครั้งก่อนมาที่บริษัทพี่
ครั้งแรก บังเอิญช่วยน้องเขาในรถไฟตอนเขามาเข้างานในวันแรก
ครั้งที่สอง เจอน้องเขาร้องไห้อยู่ที่ร้านที่ผมไปรับเล่นเปียโน ดร.หนุ่มตอบอย่างหนักแน่น”
“งั้นพี่ช่วยเอ็ง พี่เชื่อเรื่องรักแรกพบวะ แม้มันดูไม่น่าเป็นไปได้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันก็เป็นไปได้” พี่หมีอ้วนพูดขึ้น พร้อมหันไปดูรูปคู่รักที่แต่งงานกันมานานกว่า 50 ปี ที่ตอนนี้ก็ยังคอยดูแลกันไม่ห่างและมีพยานรัก ก็คือเขาเองและน้องชายอีกคน
“ข้าฟังพ่อแม่เล่าให้ฟังทีไรก็รู้สึกเลี่ยนๆ แต่มันก็ทำให้มีข้านี่แหละ” พี่หมีอ้วนพูดขึ้นอย่างเข้าใจ
ข้าจะส่งไอ้จันทร์ ไปหาเอ็ง เพื่อให้เอ็งช่วยสอนน้องเรื่องที่เจ้าจันทร์จะต้องเป็นผู้อบรมแทนเอ็งในครั้งต่อไป ซึ่งข้าให้เวลาประมาณ 2 เดือนกว่าๆ แก่น้องเขาไว้ และการอบรมครั้งหน้าก็จะเป็นการประเมินงานเขาด้วย เอ็งก็พยายามช่วยน้องเขาแล้วกัน
“อ้อ! ถ้าจีบติดอย่าทำน้องเขาร้องไห้นะ สงสารมัน ครั้งที่แล้วที่ไอ้จันทร์อกหัก ดูสภาพมันแย่มากๆ”
พี่หมีอ้วนบอก ก่อนจะเล่าประวัติและความรักของจันทร์ให้ ดร.หนุ่มได้ฟัง เพื่อชายหนุ่มจะได้เข้าใจเจ้าจันทร์ได้มากขึ้น
“ขอบคุณครับพี่” ดร. หนุ่มยกมือไหว้ผู้ที่เป็นพี่ชายข้างบ้านที่ตอนนี้กำลังทำหน้าที่เป็นศิลานี
ดร. หนุ่มเดินกลับบ้านด้วยใจที่เบาสบายเหมือนกับว่าเขาได้เข้าใจตัวเองเสียที เวลานี้เขาเข้าใจแล้วว่าความรู้สึกของการตกหลุมรักเป็นอย่างไร?
ใจพี่เต้น ระรัว ระเริงไกล ยามอยู่ใกล้ ใจพี่ มองเพียงเธอ
ดร. ภูผา
เทพบุตร เหมือนไกล แต่ใกล้ตา ขอเวลา ตอนนี้ ได้อยู่เคียง
จันทรา
“e-mail แจ้งผู้เข้าอบรมเรียบร้อยแล้ว เอกสารสำหรับผู้อบรม 20 คน ถูกจัดวางตามโต๊ะแล้ว โปรเจกเตอร์และอุปกรณ์สำหรับเชื่อมระหว่างแทปเล็ตกับโปรเจกเตอร์เรียบร้อยแล้วเช่นกัน สาวน้อยสร้าง check list ขึ้นในใจ ทุกอย่างอยู๋ในการควบคุม” เธอคิดก่อนที่จะวิ่งไปดูสถานที่จัดอบรมอีกครั้งเพื่อความสบายใจ
เหงื่ออ่อนๆ ผลุดออกจากใบหน้างาม เมื่อไปถึงห้องจัดอบรม ขนมและเครื่องดื่มถูกจัดวางเรียงอย่างเรียบร้อยไว้หลังห้อง เพื่อเตรียมไว้สำหรับผู้อบรมถูกจัดอย่างสวยงามด้วยป้าแม่บ้านที่แสนจะใจดี แถมมี ดอกไม้สวยๆ วางไว้ที่โต๊ะสำหรับวิทยากรด้วย ทำให้ห้องดูน่าอบรมมากขึ้น
“จันทร์! ดร. ภูผา มาถึงแล้วนะ” พี่หมีอ้วนเดินเข้ามาตรวจตาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนตบบ่าจันทร์เบาๆ
“จัดงานได้ดี ไปรับ ดร. ได้แล้วหล่ะ อาจารย์มาถึงแล้ว” พี่หมีอ้วนบอก พร้อมกับส่งพี่ยีราฟ มาช่วยในการนำผู้อบรมเข้าไปในห้องและ check ชื่อให้เรียบร้อยเมื่อผู้เข้าอบรมมาถึง
แสงแดดที่สาดส่องพื้นหลังจากกระจกทำให้เห็นเพียงชายที่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ด้วยท่าทีสบายใจ หญิงสาวรู้สึกแปลกๆ มันรู้สึกเหมือน...
“ยินดีครับ”
ดร.หนุ่มพูดขึ้นหลังจากพี่ช้างหรือพี่หมีอ้วนของทุกคนได้เดินจากไปแล้ว
เสียงหัวเราะและรอยยิ้มหวานๆ ของเขาเกิดขึ้นทุกครั้งที่หญิงสาวเล่าเรื่องสนุกของพี่ๆ ทั้งสี่ให้ฟัง เสียงใสๆ ที่ช่างซักช่างถามและความช่างจดช่างจำทำให้ใจเขาอดไม่ได้ที่จะเอ็นดูและประทับใจ
“มักยากกว่าการทำ ดร. เสียอีก” ชายหนุ่มคิด
วันนี้แหละ เขาตั้งใจจะเปิดอกพูดกับ “ไอ้ด๊อก!” โดยตรง พี่หมีอ้วนคิดหลังจากเปลี่ยนสรรพนาม จาก ไอ้แว่น เป็น ไอ้ด๊อก ได้ไม่นาน
ไอ้ด๊อก (ฟังแล้วเหมือนเรียกคุณสุนัขเลยนะเนี่ย) เย็นนี้ไปกินข้าวบ้านพี่นะ แม่เขาคิดถึง พี่หมีอ้วนตบบ่า พร้อมกับเดินจากไปหลังจากเจอกันตรงทางเดินก่อนเข้าอบรม class สุดท้าย โดยไม่ฟังคำตอบ ดร.หนุ่มเพียงยิ้มน้อยๆ อย่างเข้าใจ พร้อมกับถามจันทร์เบาๆ ว่า “พี่เขาเป็นแบบนี้ตลอดเลยไหม?”
“ใช่ครับ” ชายหนุ่มวางแก้วน้ำลงและตอบแบบตรงไปตรงมา ไม่ใช่เพราะเขาเกรงใจพี่หมีอ้วน แต่เขาไม่ใช่เด็กหนุ่มอายุน้อยที่จะเขินอายอีกแล้ว
ครั้งแรก บังเอิญช่วยน้องเขาในรถไฟตอนเขามาเข้างานในวันแรก
ครั้งที่สอง เจอน้องเขาร้องไห้อยู่ที่ร้านที่ผมไปรับเล่นเปียโน ดร.หนุ่มตอบอย่างหนักแน่น”
ดร. หนุ่มเดินกลับบ้านด้วยใจที่เบาสบายเหมือนกับว่าเขาได้เข้าใจตัวเองเสียที เวลานี้เขาเข้าใจแล้วว่าความรู้สึกของการตกหลุมรักเป็นอย่างไร?
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น