วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บทที่ 8 ความในใจของ ดร. หนุ่ม (ตอนที่ 1)

จันทร์เจ้าเอ๋ย เมื่อไร จะหันมา 
มองสบตา แลเห็น ใจของพี่
 สายลมอ่อน ช่วยบอก ดวงจันทร์ที 
ว่าพี่นี้ รอเจ้า อยู่เดียวดาย
เจ้าจันทร์น้อย เจ้านี้ พี่นี้รัก  
พี่กลัวนัก ว่าน้อง จะหนีหาย
น้องมีค่า กว่าใคร ใครมากมาย 
อย่าเอียงอาย อย่ากลัว พี่อยู่เคียง 

ดร. ภูผา



หลังจากผู้ที่อบรมทุกคน ( Engineer ประมาณ 80 %) ได้ทำข้อสอบเพื่อประเมินวัดผลหลังอบรมโดยผลเฉลี่ยที่ออกมาเป็นที่น่าพอใจของพี่หมีอ้วนมาก เพราะผู้ที่ได้รับการอบรมสามารถสอบผ่าน 100 % และทำข้อสอบถูกถึง 98% ของข้อสอบทั้งหมด ซึ่งเป็นคะแนนที่ดีมาก เมื่อเปรียบเทียบกับคะแนนของวิทยากรคนอื่นที่เคยอบรมในหัวข้อเดียวกัน
   และนั้นคือคะแนนที่ใช้ประเมินการผ่านงานของจันทร์ อีก 2 เดือนที่จะมาถึง พี่หมีอ้วนอนุญาตให้จันทร์ ไม่ต้องเข้า office ในวันอังคารและวันพุธ เพื่อไปหา ดร. ภูผา ที่มหาลัย พร้อมทั้งกำชับว่า ให้ใช้โอกาสนี้ให้มีค่าที่สุด เพื่อหาความรู้และจะได้เข้าใจ MSA ( Measurment system analysis) เบื้องต้นได้เป็นอย่างดี ผลที่ได้คือการผ่านงานนั้นเอง
  ปลายสาย รู้สึกยินดีนักที่สาวน้อยหางม้าโทรมาหา และบอกว่าจะเข้ามาพบ ในวันอังคารหน้าที่จะมาถึง แม้ว่าใจเขาจะรู้ดีอยู่แล้วว่าหญิงสาวจะมาหาเขาในวันอังคารและวันพุธ เพราะพี่หมีอ้วนได้โทรมา check ตารางสอนกับเขาแล้วว่าว่างวันไหนบ้าง แต่เขาก็อดรู้สึกตื่นเต้นเล็กๆ ไม่ได้  
  รอยยิ้มกว้าง หลังจากว่างสายโทรศัพท์ ทำให้ ดร. สาวอดสงสัยไม่ได้

“มันชักยังไงนา บอกฟ้ามาเลยดีกว่า เราไม่มีความลับอะไรไม่ใช่เหรอคะ?

“พี่ภูไม่เคย ยิ้มและหน้าแดงแบบนี้นะคะ” ดร. สาวกล่าวต่อเพราะในห้องมีเพียงเธอกับ ดร. หนุ่มเท่านั้น

“ฟ้า พี่กำลังตกหลุมรัก” ชายหนุ่มพูดขึ้นสั้นๆ แต่ ดร. สาวกล้บตาโตพร้อมกับลุกขึ้นมาจากโต๊ะ ตรงไปยังโต๊ะทำงาน ดร. หนุ่มที่ไม่ห่างกันนัก

“จริงเหรอคะ ฟ้ารู้จักเปล่า?”  ดร. สาวถามด้วยความสนใจ สายตาระยิบระยับดังกับว่าตัวเองกำลังจะมีความรักก็ไม่ปาน

“อย่ามาทำตาหวานใส่พี่นะฟ้า เดี๋ยวใครเข้ามาเห็นจะเข้าใจผิด” ชายหนุ่มดุเบาๆ แล้วอมยิ้ม

“ไม่ต้องเลี่ยงวลีเลย บอกมาว่าฟ้าเคยเจอหรือยัง?”  เสียง ดร. สาวกระเซ้า เพราะความอยากรู้

“เคยเจอแล้ว เด็กสาวที่ฟ้าไปปลอบในร้านที่เราไปเล่นดนตรีกันไง” ดร. หนุ่มตอบ

“Really! ว้าว ว่าแล้วทำไมไล่เราให้ไปปลอบ” สาวที่เคยเชยๆ แต่ตอนนี้ออกจะเปรี้ยวๆ พูดขึ้น ก่อนที่จะนึกถึงสาวน้อยคนนั้นอีกครั้ง เลยพาลคิดไปถึงชายที่เธออยากเจอและไม่อยากเจอที่สุดในขณะเดียวกัน

“โลกกลมจังนะ” ดร. สาวคิดในใจ วันนี้พี่ต้องพาฟ้าไปเลี้ยงฉลอง ดร.สาวสวยยิ้มกลบเกลื่อนอารมณ์ที่มีอยู่

“เราก็ให้พี่เลี้ยงอยู่แล้วหล่ะ ทำเป็นพูดดี และวันอังคารหน้าน้องเขาจะมาหาพี่นะ เขามาเพื่อให้สอน MSA ( Measurement system analysis ) พี่จะเล่าให้ฟังโดยละเอียดตอนกินข้าว อ้อแล้วอย่าบอกว่าพี่เป็นนักเปียโนนะ เดี๋ยวน้องเขาอาย” ดร. หนุ่มกำชับด้วยน่าตาจริงจัง แต่ ดร. สาวกลับหัวเราะด้วยความชอบใจ

เช้าวันอังคาร ดร. หนุ่มกับจันทร์ เดินเข้ามหาลัยพร้อมกัน สายตามากมายมองมา ไม่ใข่เพราะจันทร์สวยแต่แปลกใจที่ ดร. หนุ่มไม่ได้เดินเข้ามหาลัยพร้อมกับ ดร. ฟ้าเหมือนทุกๆ วันที่ผ่านมา
“เด็กๆ เขาชอบพี่ภู กันนะคะ ดูสิมองกันใหญ่เลย” หญิงสาวกล่าวขึ้นเบาๆ 

“ครับ พี่ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้เป็นเป้าสายตาไปด้วย” ดร. หนุ่มกล่าวออกจะรู้สึกกังวลไม่ใช่น้อย กลัวว่าสาวน้อยจะรู้สึกอึดอัด
         
เธอทำได้แค่สายหน้าเบาๆ ก่อนตอบ “ไม่เป็นไรค่ะ จันทร์ต้องขอบคุณนะคะ ที่พี่โทรมาหาแถมยังรอจันทร์ที่หน้าสถานีรถไฟด้วย ถ้าจันทร์เดินมาเองกว่าจะหาตึก และห้องพักอาจารย์เจอคงใช้เวลานานแน่ๆ”
         จันทร์สาวน้อยหน้าใสถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอ่อนๆ วันนี้เธอแต่งตัวด้วยชุดกระโปรงสีเขียวอ่อนดูน่ารักมาก ชุดสีเขียวทำให้ผิวขาวของเธอดูผุดผ่องน่ามอง ดวงตาเธอก็ช่างกลมโตดูระยิบระยับนัก แถมผมที่เคยผูกหางม้ายังถูกปล่อยออกมา ยามผมตรงสีน้ำตาลแดงต้องกับแสงอาทิตย์นั้นงามจับใจ
          “วันนี้น้องจันทร์ดูแปลกตานะครับ” ดร. หนุ่มยิ้มเล็กน้อยเมื่อกล่าวจบ 
“แปลกตา” หญิงสาวทวนคำ
ครับ แปลกตาแต่น่ารักนะครับ ชายหนุ่มยิ้มกว้างขึ้น ออกจะเขินกับคำพูดที่พูดออกมาไม่ใช่น้อย 

“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวยิ้มกว้าง ใจเธอพองโตขึ้นอีก เมื่อ ดร. หนุ่มชม 

ไม่เสียแรงที่ตื่นมาตั้งแต่ตี  5 แต่งหน้า ทำผม ใส่คอนเทคเลนส์ แถมเลือกชุดอีกกว่าชั่วโมง เธออยากสวยขึ้นทุกวันยามเมื่อเจอ ดร. คนนี้ เธอยอมรับว่าเธออยากให้เขาสนใจ ความรักทำให้คนเราอยากเปลี่ยนแปลง สาวน้อยคิด เธอเองยังแปลกใจที่เธอรู้สึกรักได้เร็วกว่ารักครั้งแรก หรือรักครั้งแรกไม่ได้เรียกว่ารักนะ?
ทางเดินทอดยาวที่ตรงไปยังคณะ มีต้นดอกปีบสูงใหญ่เรียงรายตลอดทางเดิน กลิ่นหอมของมัน ทำให้ใจของชายหนุ่มและหญิงสาวรู้สึกผ่อนคลาย สงบ และเปี่ยมสุข จนอยากให้ทางเดินนี้ยาวนานไม่มีที่สิ้นสุด 
        “พี่ภู” เสียงใสดังกังวาลอยู่ด้านหลังทำให้หญิงสาวและชายหนุ่มต้องหันกับมาตามเสียงพร้อมกัน 
“ฟ้า” ดร. หนุ่มตอบรับพร้อมกับทำท่าจะแนะนำสาวน้อยที่อยู่ข้างๆ ให้รู้จัก แม้ในใจจะรู้ว่าทั้งสองจะรู้จักกันแล้วก็ตาม
“ ไงจ๊ะ สาวน้อยจำพี่สาวคนนี้ได้ไหม  หายเศร้าหรือยังเอ๋ย?” ดร. สาวเข้าไปทักหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าและหันไปยิ้มกับ ดร. หนุ่มที่อยู่ตรงหน้า ส่วน ดร. หนุ่มก็อยากจะจัดมะเงกให้ ดร. สาวขึ้นมาจับใจ 
“ พี่สาวเป่าฟรุ๊ต ที่เจอในคืนนั้น” เด็กสาวกล่าวตอบพร้อมกับยกมือไหว้
“ เมื่อวันนั้น ขอบคุณนะคะ” จันทร์ยิ้ม พร้อมกับรู้สึกอายๆ เมื่อคิดถึงเรื่องในคืนนั้นแถมใจก็กลัวว่า ดร. หนุ่มจะรู้
“รู้จักกันแล้วเหรอครับ” ดร. หนุ่มแสร้งทำเป็นถาม ทั้งที่ใจตัวเองก็รู้อยู่ว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร
“ค่าาาาา” ดร. สาวกล่าวตอบแบบลากเสียงยาวๆ แถมยิ้มมุมปาก จน ดร. หนุ่มอดคิดไม่ได้ว่า ดร. สาวจะทำให้เรื่องเสียหรือเปล่าเนี่ย
“พี่เป็นอาจารย์ที่นี้เหรอคะ? ” สาวน้อยอดถามไม่ได้เพราะจากหนังสือเล่มใหญ่ที่ถือมาและจากการแต่งตัวของพี่สาวที่ดูทันสมัยมากๆ แถมยังคงมีความเท่ห์ผสมความปรี้ยวพร้อมกับความมั่นใจที่เต็มเปี่ยม พี่สาวคนนี้คงไม่ใช่นักศึกษาที่นี่แน่ๆ
“ใช่จ้า” พี่สาวคนสวยกล่าวตอบพร้อมกับตั้งคำถามที่ตัวเองรู้คำตอบอยู่แล้ว
 “มาทำอะไรที่นี้จ๊ะ เห็นพี่ภูบอกว่าจะมี เด็กสาวน่ารักๆ มาขอความรู้เรื่อง MSA  เพิ่ม ใช่เราหรือเปล่า?
  
“ใช่ ค่ะ รบกวนด้วยนะคะ” สาวน้อยตอบพร้อมกับโค้งศีรษะน้อยๆ 

เฮ้ย ไม่คิดเลยว่า ดร. อย่างเราต้องมาเล่นละครกับเขาด้วย ดร. สาว คิดแถมแอบชำเลืองมอง ดร. หนุ่มตรงข้ามที่ทำหน้าบอกไม่ถูก 
จริงๆ น้า…บอกน้องเขาว่าเป็น นักเปียโนซะตั้งแต่แรกก็หมดเรื่อง ปิดไว้จะไม่ดีทีหลัง ดร. สาวพยายามส่งกระแสจิตไปให้ ดร. หนุ่มหวังว่าเขาจะได้ยิน

การพูดคุยดำเนินไปเรื่อยๆ ระหว่าง ดร. สาวกับหญิงสาวตัวน้อย บรรยากาศของหญิงสาวที่คุยกันสนุกตั้งแต่เจอกันตรงทางเดินจนกระทั่งถึงห้องพักอาจารย์  ทำให้ ดร.หนุ่ม รู้สึกสนุกไปด้วยแม้ว่าจะไม่มีโอกาสได้คุยกับสาวน้อยเลย
“พี่มีสอนเช้า งั้นไปก่อนนะจ๊ะหนูจันทร์ และตอนกลางวันกินข้าวด้วยกันนะ” ดร. สาวบอกพร้อมกับหยิบหนังสือจำนวนหนึ่งแล้วออกจากห้องไป

พี่ฟ้า เขาทั้งสวยและเก่งจังนะคะ พี่ภู หญิงสาวพูดลอยๆ ออกมา “ทั้งสวย ทั้งเท่ห์ ทั้งเก่ง สุดยอดเลย” หญิงสาวคิด

“จันทร์ เองก็น่ารัก สดใสเหมือนพระอาทิตย์ และเก่งไม่แพ้ใคร” ดร. หนุ่มอยากกล่าวตอบแต่ทำได้แค่เก็บไว้ในใจ

พี่เตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่พี่ได้บรรยายมาให้จันทร์อ่าน จันทร์ลองดูนะ ติดอะไรถามพี่ได้ ดร. หนุ่มกล่าว พร้อมกับจัดที่นั่งให้สาวน้อยนั่งตรงข้ามกับเขา
“จะดีเหรอคะ พี่ภู” สาวน้อยทำหน้าเอียงอาย เมื่อรู้ว่าที่นั่งของตนมีระยะห่างกับ ดร. หนุ่ม เพียงโต๊ะกั้นเท่านั้น
นั่งตรงนี้หล่ะดีแล้วครับ เผื่อจันทร์มีอะไรถาม จะได้ถามได้สะดวก ไม่ต้องกังวลว่านักศึกษาที่เข้าพบจะไม่มีที่นั่งนะครับ เพราะช่วงเช้าปกตินักศึกษาจะไม่ค่อยมาครับ ไม่แย่งที่นักศึกษาแน่นอน
ดร. หนุ่ม เลี่ยงเข้าใจเป็นอย่างอื่น แม้จะรู้ว่าหญิงสาวประหม่าแค่ไหน แต่ใจเขาอยากให้หญิงสาวอยู่ใกล้ที่สุด มันเป็นโอกาสที่ดีที่สุดสำหรับเขา ที่จะได้อยู๋ใกล้กับคนที่เขารัก และเขาหวังว่าเธอจะรับรู้ถึงความรู้สึกของเขาได้สักวัน

จุดดีของจันทร์คือ สมาธิที่ดีเยี่ยม แม้ว่าเธอจะอยู่ใกล้ชายที่เธอหลงรักแค่ไหน เธอก็สามารถรวบรวมสติเพื่ออ่านเอกสารที่อยู่ตรงหน้าได้เป็นอย่างดี (และนี่เองที่ทำให้พี่หมีอ้วนมั่นใจว่า จันทร์จะสามารถทำภารกิจนี้ได้อย่างดีที่สุด)
ขนตางอนงามที่ขยับเคลื่อนไหวเมื่อสายตาของสาวอ่านเอกสารแต่ละบรรทัดด้วยความตั้งใจ
และริมฝีปากอมชมพูน้อยๆ ที่ถูกกัดเป็นระยะ ดร. หนุ่มรู้ในใจเลยว่า สาวน้อย ไม่ค่อยถนัดวิชาคำนวณแน่ๆ 
“เป็นไงบ้างจันทร์ พอไหวไหม” เสียง ดร. หนุ่มถามขึ้นเบาๆ ด้วยความห่วงใย
  “ยากกว่าที่คิดค่ะ” สาวน้อยตอบ พลางใช้ปากกาแดงวงและเขียนเครื่องหมายคำถามเอาไว้ 
“ใจเย็นๆ ค่อยๆ อ่านนะ พี่จะนั่งทำงานอยู่ข้างๆ” ดร. หนุ่มยิ้มขึ้นเล็กน้อย  
“ค่ะ”  สาวน้อยยิ้มหวาน ใจเต้นแรงทุกครั้งที่เห็น ดร. หนุ่มยิ้ม ในบรรยากาศที่มีเพียงแค่เรา
“สมาธิ” จันทร์เตือนตัวเองในใจ เพียงไม่กี่วินาที เธอก็กลับไปสู่ภวังค์ในการใช้สมาธิเหมือนเดิม

       แต่ใจของชายหนุ่มกลับทำไม่ได้ ใจเขาเต้นแรงแต่ก็รู้สึกเปลี่ยมสุข มันอิ่มเอิบใจ ในช่วงเวลานี้ เขารู้ตลอดว่าการรอคอยเพื่อจะเจอคนที่เขารักนั้นสิ้นสุดลงแล้ว 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น