วันอังคารที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2557

บทที่ 1 start

บทนำ
จุดเริ่มต้น ณ BTS

แสงแดดแรง ในกรุง อรุณสาย
ความวุ่นวาย ทุกเช้า อย่างที่เห็น
มันชินตา ทำให้ ใจนั้นเย็น
ไม่ทุกข์เข็น แม้เบียด แทบขาดใจ
แต่วันนี้ มันต่าง จากวันก่อน
ใจมันร้อน เพราะห่วง สาวตาใส
เธอช่างน่า รักจน ทำให้ใจ
มันอ่อนไหว อยากช่วย แปลกใจจริง
ชายแปลกหน้า


ผู้คนมากมายยืนต่อคิวขึ้นรถไฟฟ้า BTS ในช่วง 7 โมงครึ่งของวันจันทร์ จันทร์ สาวน้อยหน้าใส ผมผูกหางม้าไว้หลวมๆ ใส่แว่นหนาๆ มีกรอบแว่นที่แสนเชยบดบังดวงตาคู่สวยที่เจ้าตัวไม่เคยรู้ว่ามันงดงามแค่ไหน หน้าตาไม่แต่งแต้มอะไรมาก มีเพียงลิปสติกสีชมพูบางๆ เท่านั้นที่อยู่บนเครื่องหน้า ตอนนี้เธอยืนอยู่หน้าสุดของแถวด้วยหัวใจที่รอคอยแต่ไม่กระวนกระวาย เพราะเวลานัดรายงานตัวนั้นยังอีกนาน ซึ่งผิดกับความรู้สึกของคนอื่นๆ ที่นี่โดยสิ้นเชิง
‘เพิ่งเคยขึ้นรถไฟในเวลาคับคั่งเป็นครั้งแรก คนเยอะไม่ใช่เล่นเลยนะเนี่ย’ หญิงสาวบ่นในใจขณะมองผู้คนด้านข้างที่ยืนต่อแถวซ้อนกันเบียดเสียดละลานตาไปหมด ใจเธอหวังเล็กๆ ว่า เมื่อรถไฟมาถึงมันจะว่างพอ ไม่แน่นอึดอัดเหมือนที่เป็นอยู่ตอนนี้
แต่เมื่อรถไฟฟ้าเทียบท่าและเสี้ยวนาทีที่ประตูเปิดออก ดวงตาเธอต้องเบิกกว้างทันทีด้วยความตระหนก เพราะภาพที่เห็นบอกได้อย่างเดียวคือ ‘เลวร้ายสุดๆ’  จำนวนฝูงชนที่บรรจุยัดอยู่ในนั้นมหาศาลนัก ดั่งปลาใหญ่ๆที่ถูกอัดแน่นในกระป๋องเล็กๆ ก็ไม่ปาน หน้าตาแต่ละคนในนั้นแสดงออกและบ่งบอกว่า ‘อย่าเข้ามาเชียวนะ’ รังสีของมวลสายตาจากในนั้น ทำให้เธอตัดใจหันกลับทันทีเพื่อขึ้นรถเที่ยวถัดไป แต่ไม่ทันได้ทำอย่างใจนึก ร่างทั้งร่างกลับถูกดันและผลักอย่างแรงจากสาวใหญ่ร่างอ้วนและคนอีกจำนวนหนึ่ง ทำให้ตอนนี้เธอจำต้องอยู่ในรถไฟขบวนนี้อย่างช่วยไม่ได้
ไม่น่าเชื่อ แน่นปานนี้ยังมีที่ว่างสำหรับเธอ และคนอื่นๆ อีกประมาณ 5 คน ที่รถไฟฟ้าตู้นี้จะยัดเยียดเข้าไปได้’  เธอคิดและมองหาห่วงจับที่อยู่ใกล้ๆ หรืออะไรก็ได้เพื่อประคองตัวไม่ให้ล้มตามแรงเหวี่ยงเมื่อรถไฟเลี้ยว เธอพยายามแทรกตัวสุดแรงเพื่อหาที่ยืนอย่างมั่นคง ช่วยเธอให้ผ่านสถานการณ์วิกฤตที่จะมาถึงในอีกไม่กี่นาที แต่เมื่อดันสุดๆ แล้วก็ไม่สามารถขยับตัวได้เลย จำต้องทำใจที่จะยืนอยู่ตรงนี้ โดยไม่มีอะไรช่วยยึดเธอได้ ทำได้อย่างเดียวคือ ‘เกร็งสุดตัวด้วยขาทั้งสองข้างให้มั่งคงเท่านั้นเอง’ 
เมื่อหยุดมองหา ใจก็กลับมาอยู่ตรงนี้  เธอรู้เลยว่าร่างกายบางส่วนของเธอสัมผัสสนิทชิดแนบกับชายตรงหน้ามากแค่ไหน แม้จะเป็นสถานการณ์จำยอม แต่ใจเธอกับเต้นระรัวด้วยความรู้สึก ทำให้ใบหน้าและหูของเธอแดงไปหมดด้วยความกระดากอาย
“ตุบตุบตุบ”  เสียงหัวใจระส่ำดังจนกลัวว่าชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าจะได้ยิน ดวงตาเธอมองไปยังรูปร่างที่สมส่วน เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้า ผูกไทด์สีเงิน กางเกงสแลคสีดำ ทุกอย่างดูเนี้ยบมาก  ไม่ใช่เพียงแค่เสื้อผ้า แต่ตัวเขาด้วย กลิ่นหอมอ่อนจางๆ จากกายเขาส่งผลให้ใจเต้นระทึกมากขึ้น เธอพยายามเฉไฉ ก้มมองมือตัวเองที่กำลังถือของอยู่ บอกกับตัวเองว่า ‘โชคดีแค่ไหนที่มีแฟ้มเล็กคั่นกลางทำให้อกเล็กของเธอไม่สัมผัสกับเขาตรงๆ’  
แล้วสติที่กำลังพยายามเรียกกลับ ปลิวกระเจิงหายไปหมดทันที ด้วยสัมผัสจากชายแปลกหน้า เขาโอบเอวน้อยๆ ของเธอ เพียงเพื่อช่วยไม่ให้ร่างเธอเซถลาไปมากกว่านี้ จากแรงโยกของรถไฟฟ้าขณะเลี้ยว เพราะเธอมั่วแต่คิดอะไรเพลินๆ ทำให้ลืมสิ่งที่กังวลและรองเท้าเจ้ากรรมก็ทำพิษยิ่งทำให้เธอไม่มีศูนย์ถ่วงในการทรงตัวเลย
“ขอบคุณคะ” จันทร์กล่าวขอบคุณชายแปลกหน้าหลังจากที่เขาคลายมือออกแล้ว หน้าแดงเพิ่มขึ้นไปอีกหลังจากกล่าวขอบคุณเสร็จ ก่อนมองรองเท้าเจ้ากรรมของเธอที่ทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น
‘รองเท้าบ้า ทำไมมันลื่นแบบนี้นะ’ หญิงสาวมองไปยังรองเท้าคู่ใหม่ส้นเตี้ยที่เพิ่งถอยมาเมื่อวานด้วยความแค้นใจ ก่อนจะหันไปสนใจชายหนุ่มตรงข้ามที่ช่วยเธอ 
‘สุภาพบุรุษ แถมแข็งแรงมากๆ อยากเห็นหน้าจัง’ หญิงสาวรู้สึกปลื้ม และอยากเห็นหน้าหนุ่มแปลกหน้าเป็นครั้งแรก ก่อนยกเลิกสิ่งที่ตั้งใจ เพราะความใกล้ชิดถึงกับสัมผัสลมหายใจสม่ำเสมอของเขาได้ผ่านเส้นผมด้านบนของเธอ รู้เลยหากขยับมองเขาเพียงเล็กน้อย ริมฝีปากเธอคงสัมผัสร่างกายส่วนใดส่วนหนึ่งใกล้ใบหน้าของเขาเป็นแน่ หญิงสาวต้องรวมสติพักใหญ่ก่อนยิ้มน้อยๆ จะปรากฏออกมาในช่วงเวลาสั้น เมื่อนึกได้ว่า 
‘โชคดีที่เพิ่งสระผมมา เมื่อคิดขำๆ ว่า ถ้าเขาต้องมาทนดมกลิ่นผมเน่าๆของเธอ ต้อนรับเช้าวันจันทร์ คงจะทรมานใจไม่ใช่น้อย’
ผ่านไปแต่ละสถานี ใจเธอก็ค่อยๆ สงบลงเลื่อยๆ เธอพยายามละความคิดจากเขา มองไปด้านนอก เมื่อเห็นว่าใกล้ถึงสถานีที่จะลงแล้ว หญิงสาวสูดหายใจลึกๆ อวยพรตัวเองดังๆ ในใจ เพื่อต้อนรับวันแรกของการก้าวไปสู่ชีวิตที่เป็นผู้ใหญ่ หลังจากเรียนจบมาแล้ว 3 เดือน เสียงประกาศเตือน ทำให้รู้ว่า อีกสถานีเดียวก็จะถึงที่หมาย เธอพยายามขยับตัวเตรียมลง ใช้โอกาสที่เริ่มมีช่องว่างระหว่างเขาและเธอจากการที่ผู้คนเริ่มขยับ เงยหน้าขึ้น ไม่ลืมข้อตั้งใจที่อยากจะมองชายแปลกหน้าที่ช่วยสักครั้งให้ชื่นใจ ก่อนที่จะจากกัน 
‘หล่อโคตร’  หญิงสาวตะลึงมองชายหนุ่มแปลกหน้า เจ้าของนัยน์ตาคม จมูกโด่งเป็นสันได้รูป ริมฝีปากสวย ผิวสีแทนจากแดดเผา ผมยาวตรงรวบไว้หลวมๆ ใส่เสื้อเชิ้ตทำงานสีฟ้า ผูกไทด์สีเงิน ส่งผลให้ใจเธอลอยไปสักพักก่อนสติจะเรียกกลับมา
‘พี่ชายคนนี้หล่อทั้งกายและใจจริงๆ  ’ 
สายตากลมโตสวยใต้แว่น มองชายตัวโตกว่าด้วยดวงตาเบิกกว้าง ทำให้ชายที่อยู่เบื้องหน้าอดอมยิ้มไม่ได้ เขาประทับใจหญิงสาวตั้งแต่รอยยิ้มแรกที่แอบเห็น อายุเธอน่าจะไม่เกิน 18 ปี แว่นหนาๆ ขนตางอนงาม แก้มอมชมพู กับผิวขาวดุจงาช้าง ที่ตอนนี้เป็นสีแดงระเรื่อ จมูกโด่ง เธอรวบผมไว้หลวมๆ กลิ่นหอมอ่อนจางๆ จากเส้นผมที่ยังไม่แห้งดี และท่าทางบ้องแบ๊ว ตอนนี้เธอดูอึดอัดไม่ใช่น้อย จากอาการยุกยิกตลอดเวลา คงอยากลงสถานีหน้า แต่เท่าที่ดูมันยากเกินกำลังที่สาวร่างเล็กจะแทรกไปได้เพราะคนแน่นมาก เขาพยายามมองไปรอบๆ จากด้านบน เพื่อหาทางช่วย...
‘ทำอย่างไรดี  ขยับออกไปไม่ได้เลย และตอนนี้ก็ใกล้สถานีที่จะลงแล้ว ถ้าพลาดไปสัก 2-3 สถานีจากเวลาที่เผื่อไว้ 40 นาที อาจไม่ทันก็ได้’ ความคิดแล่นปู๊ด หน้าเสียทันทีเมือคิดถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น พยายามใช้แรงอันน้อยนิดที่มีอยู่เบียดป้าอ้วนที่อยู่ข้างๆ เพื่อหาทางไปยังประตูทางออก แต่มันแทบไม่ขยับเลย
“ลงสถานีนี้ ขอทางด้วยค่ะ” จันทร์พยายามใช้เสียงใสๆ เล็กๆ ร้องบอกและใช้ตัวดันเพื่อแทรกไปยังประตูที่อยู่ไม่ห่างนัก แต่ยังไม่ทันร้องขอเป็นครั้งที่สอง เธอก็ต้องหันกลับไปมองชายแปลกหน้าทันที เพราะสัมผัสอุ่นจากมือ เขาจับมือเธอไว้แน่น ใช้ร่างใหญ่นำทางร่างเล็ก นำเธอออกมาได้ทันเวลาพอดีที่ประตูจะปิด  ก่อนจะปล่อยมือ หันมาส่งยิ้มให้ แล้วจากไป ก่อนที่เธอจะกล่าวขอบคุณ หรือพูดอะไร      
“พระเจ้า" เธอเอาแฟ้มปิดหน้าที่แดงจัด เมื่อเห็นรอยยิ้มนั้น ใจเต้นระทึกด้วยความตื่นเต้นจากความหล่อสุดๆ ของชายหนุ่ม 
‘ขนาดหน้านิ่งๆ ใจยังแทบละลาย แต่นี่ยิ้มให้ด้วยจะเป็นลม' เธอมองด้านหลังชายแปลกหน้าที่เดินจากไปสักพัก เพื่อร่ำลา และเก็บภาพพี่ชายใจดีไว้ในความทรงจำก่อนที่จะกึ่งวิ่งกึ่งเดิน ตรงไปยังที่ทำงานใหม่ที่อยู่ไม่ห่างไกลนัก 
‘เวลาช่วงเช้าสั้นๆ ไม่ถึงชั่วโมง แต่ทำไมนะสติที่เธอได้ฝึกมานาน ถึงได้หายไปแล้ว...หายไปอีก เมื่อพบกับพี่ชายสุดหล่อคนนี้’ 
แสงอรุณยามเช้าที่ค่อนข้างแสบตา เมื่อเขาหันกลับมาหาเธอ ทำให้เห็นผมหางม้าต้องแสงเป็นสีน้ำตาลแดง มันขยับไปมาตามท่าวิ่งตลกๆ อมยิ้มเล็กๆ ของเขาเกิดขึ้นไม่รู้กี่ครั้งในเช้าวันนี้ เขาเฝ้ามองเธอจนลับตา รู้สึกเอ็นดูสาวน้อยตั้งแต่แรกเห็น แอบส่งความรู้สึกแห่งความหวังดี อยากบอกสายลมให้กระซิบบอกสาวน้อยแปลกหน้าคนนี้ว่า 
‘ขอให้เธอโชคดีในทุกสิ่ง ขอให้มีความสุขนะ' 
ก่อนที่เดินไปต่อแถวขึ้นรถขบวนรถถัดไป แม้ว่าจะต้องเสียเวลาที่จะรอรถอีกขบวนเพื่อจะไปยังที่นัดหมาย แต่มันก็คุ้มที่ได้ช่วยสาวน้อยคนนั้น

ถึงที่หมายตามเวลา วันแรกของการทำงาน มันไม่มีอะไรมากนอกจากเรียนรู้ประวัติของบริษัท ขนาดขององค์กร แผนกต่างๆ ที่ต้องติดต่อ รวมทั้งข้อกำหนดและระเบียบแบบแผนต่างๆ ที่พนักงานใหม่ต้องรู้
จันทร์พยายามจดจำทั้งหมด รวมทั้งวิธีการพูดของพี่หมีอ้วนที่เป็น Trainer แม้จะเป็นเรื่องที่เรียบง่าย แต่พี่เขาสามารถพูดได้สนุก สอดแทรกประสบการณ์ต่างๆ ทำให้เรื่องที่พูดดูน่าสนใจ ตลอดการอบรมในห้องไม่มีใครหาวเลยแม้แต่คนเดียว Trainer เป็นตำแหน่งงานที่จันทร์อยากทำ ตั้งแต่ที่ทางมหาวิทยาลัยส่งเธอมาฝึกงานตอนปีสาม พี่หมีอ้วนคือแรงบันดาลใจทำให้หญิงสาวอยากทำงานนี้ และเธอก็ได้งานนี้สมดังความปรารถนา 
‘วันแรกที่แสนสนุก’ จันทรายิ้มกว้างให้ตัวเองก่อนเดินทางกลับบ้าน 

จันทราจะรู้ไหมว่าหลังจากวันนี้ไปแล้ว ชีวิตเธอจะเปลี่ยนไป ความรักใหม่จะก้าวมา และความรักเก่าจะทำลายล้าง  ก้าวต่อไปในชีวิตจะผ่านได้ ด้วยความรักและไว้ใจเท่านั้น นี้ืคือสิ่งที่เธอต้องเรียนรู้   

2 ความคิดเห็น: